เมื่อเธอเข้าใจว่าอะไรคือความเป็นเธอ เมื่อนั้นเธอจะกลายเป็นธรรมหนึ่ง ในธรรมทั้งหลายที่ชาติสิ้นหาย เหลือเพียงธรรมที่ไม่ใช่ธรรม

เมื่อเธอเข้าใจว่าอะไรคือความเป็นเธอ
เมื่อนั้นเธอจะกลายเป็นธรรมหนึ่ง
ในธรรมทั้งหลายที่ชาติสิ้นหาย
เหลือเพียงธรรมที่ไม่ใช่ธรรม
....."ความเป็นเธอ" จะถูกปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ...!!!
ตามกาลเวลา / สถานการณ์ / เหตุการณ์ และบุคคล
มันเป็นการทำงานร่วมกันของจิตใต้สำนึกและจิตสำนึก
ที่เธอไม่อาจจะใช้ความเป็นเธอตัวใดตัวหนึ่งกับทุกๆ
เหตุการณ์ สถานการณ์ หรือกับทุกๆ คนได้
ถึงแม้จะไม่มีตัวจิตสำนึกคอยคัดกรองอยู่ก็ตาม
ความเป็นเธอจะถูกสร้างขึ้นมาและดับลงไป
ตามแต่เหตุปัจจัยมันจะส่งผลให้มีขึ้น......
แม้กระทั่งในช่วงเวลาที่เธอคิดว่า นั่นคือตัวเธอที่แท้จริง
ก็ยังคงมีเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งที่สร้างให้เกิดเป็นเธอตัว
นั้นขึ้นมาอยู่นั้นเอง...........
"ความเป็นเธอ" จึงมีมากมายเท่ากับคนที่เห็นเธอหรือรู้จักเธอ
เขาเหล่านั้นได้ช่วยกันสร้างความเป็นเธอขึ้นบนโลกแต่ละใบ
ของแต่ละคน.............จากประสบการณ์และเหตุการณ์ต่างๆ
ที่เคยรับรู้จากเธอ
.......ความเป็นเธอจึงมีทั้ง ดีและชั่ว หยาบช้า อ่อนหวาน
งดงามและขี้เหร่ ฯลฯ ตามแต่ใครจะสร้างให้เธอเป็นไป
แต่ความเป็นเธอที่แท้จริง มันไม่เคยเป็นอะไรเลยตามอย่าง
ที่เขาเหล่านั้นคิด หรือแม้กระทั่งกับความคิดของเธอเอง
หากเธอสามารถพ้นไปได้จากหลักสามัญสำนึกของเหตุและผล
เธอจะเห็นได้เองว่า มันไม่มีอะไรจริงหรือหลอกลวง เราไม่สามารถ
ใช้บัญญัติของโลกอธิบายสิ่งที่อยู่เหนือบัญญัติได้ เมื่อมาถึงตรงนี้
..................."ตัวเธอคืออะไร"...................
.....ในเมื่อความเป็นเธอมันก็ปรากฎอยู่จริงในความคิดของทุกๆ คน
ที่รู้จักหรือเห็นเธอ หรือแม้แต่ตัวเธอเอง แล้วตัวไหนหละที่เป็นตัวเธอ
ที่แท้จริง ในเมื่อแม้แต่ความเป็นเธอของเธอเอง ก็เปลี่ยนแปลงอยู่
ตลอดเวลา มันจึงใช้คำว่า "จริงหรือไม่จริง" ไม่ได้.......!!!
เปรียบเหมือน "การเขียนอักษรลงบนผิวน้ำ" อักษรที่เขียนลงไปนั้น
มันก็ไม่ได้มีอยู่หรือไม่มีอยู่ มันจึงมีเพียงการรู้ที่เป็นขณะๆ ไม่มีบัญญัติ
ความหมายหรือลงความเห็นว่ามันคืออะไรเท่านั้น แม้กระทั่งสภาวะ
อาการรู้ที่มีขึ้นนั้น มันก็ไม่ใช่สภาวะหรืออาการรู้อะไรเลย.......
ปัญหาหลักของการต้องทนทุกข์ปริเทวนาการอยู่ในขณะนี้
คือการไม่เข้าใจตัวเอง จึงเกิดเป็นการหลงเชื่อและยึดมั่น
ดึงเอาความคิดว่าเป็นเธอมาเป็นตัวเธอ เธออาจเห็นหรือรู้สึก
ได้ว่าตัวเธอนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่จริงตามอย่างข้อความ
ที่อธิบายไว้ข้างต้น แต่ทำไมเธอจึงยังต้องเป็นทุกข์ทรมานกับ
ตัวตนต่างๆ ที่มันเปลี่ยนแปลงอยู่นั้นอีกเล่า..........
คำตอบคือเธอยัง "เชื่ออย่างสนิทใจว่ายังมีเธออยู่จริงๆ"
อารมณ์ต่างๆ ที่มีขึ้น มันเปรียบเหมือนเสื้อผ้าที่มีตัวเธอ
ที่เป็นเธอจริงอยู่ข้างในสวมใส่และถอดเปลี่ยนมัน ซึ่งมัน
ก็ไม่ใช่เรื่องถูกหรือผิด ใช่หรือไม่ใช่ ความเหนียวแน่นของ
ความเชื่อเหล่านั้น มันได้ถูกทับถมและจมอยู่ในความเชื่อ
นั้นมานานแสนนาน.........
จนกว่าเธอจะเห็นว่าไอ้ตัวเธอที่คิดว่าเป็นเธอ ที่คอยเปลี่ยน
เสื้อผ้าชุดต่างๆ อยู่นั้น มันก็คือเสื้อผ้าชุดหนึ่งเหมือนกันกับ
เสื้อผ้าทั้งหลายที่มันเปลี่ยน สุดท้ายก็เหลือเพียงความว่าง
เท่านั้นที่ดำรงอยู่..........แล้วทุกสิ่งอย่างก็กลับเข้าที่เข้าทาง
ความเห็นผิดและจิตวิปลาสก็จางคลายไป เหลือเพียง
ธรรมชาติเท่านั้นที่เป็นไป กลายเป็นธรรมหนึ่งในธรรม
ทั้งหลาย ที่ชาติสิ้นหายเหลือเพียงธรรมที่ไม่ใช่ธรรม
และไม่ใช่อะไรเลย......
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น