บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก ธันวาคม, 2020

แท้จริงแล้ว...เราต้องการอะไรจากธรรม

รูปภาพ
เราเคยถามตัวเราเองจริงๆ สักครั้งหรือไม่ว่า แท้จริงแล้ว...เราต้องการอะไรจากธรรม ?  นี่เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับการตั้งต้นที่ถูกต้อง เปรียบเหมือนการกางสำเภาแล้วตั้งหางเสือเพื่อให้แล่นไปสู่ทิศทางที่ควรจะเป็น แต่ก็มีไม่น้อยที่ผู้คนมักทำตามๆ กัน เชื่อไปตามๆ กัน แล้วก็พายจ้ำอยู่ในวังวนของความเชื่อนั้น ด้วยความไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเราต้องการอะไร..... ผู้ที่เข้ามาศึกษา ต่างก็มีปัญหาแบกไว้เป็นของตัวเอง แล้วก็คิดเอาเองว่าธรรมะนั้นมันจะช่วยบรรเทาหรือขจัดมันให้ออกไปได้ ด้วยกลวิธีที่มีให้เห็นอยู่ตามสำนักต่างๆ ตำราต่างๆ หรือแม้แต่ตัวพระไตรปิฎกเอง ก็ถูกเอามาศึกษาและใช้อ้างเพื่อการสั่งสอนอย่างผิดๆ ถูกๆ เพราะด้วยเรายังขาดความเข้าใจที่มีต่อตัวเองว่าแท้จริงแล้วเขาและเราเป็นโรคอะไรกันแน่ แต่เพราะความหอมหวานของ "ตัวตนผู้มีธรรม" จึงทำให้ผู้คนหลั่งไหลเข้าไปมีไปเป็นกันอย่างบ้าคลั่ง ฝึกฝน เฝ้าดู เฝ้าทำ เฝ้าขจัด เฝ้าเพียรพยายามจนลืมตัวตนเดิมที่เป็นปัญหากลับสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมาทับถมแล้วในที่สุดก็ล้อวนไปตามกระแสแห่งการหลงธรรม ว่าโรคของแต่ละคนจะสามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีการเดียวกัน มันจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยว...

ใจจะคืนสู่ความเป็นใจ เมื่อมันเข้าใจตัวมันเอง

รูปภาพ
ใจที่ยอมรับความเป็นจริง คือใจที่เห็นความเป็นจริงแล้วเข้าใจมัน ใจที่ไม่ได้เข้าใจจากสิ่งที่มันเห็นแต่เป็นใจที่เข้าใจจากสิ่งที่มันเป็น คือการสัมผัสรู้แจ้งถึงการเปลี่ยนแปลงไปของตัวมันเอง และเห็นว่าตัวมันเองนั่นแหละคือการเปลี่ยนแปลงจนสามารถสรุปรวบยอดได้ว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไร..... มันจึงไม่เป็นสุขเป็นทุกข์เป็นเดือดเป็นร้อนกับอารมณ์ของใจดวงที่มันล่วงดับไปก่อนหน้า ไม่สืบสายต่อเหตุแห่งความสับสนวุ่นวาย มันไม่ใช่การต้องเข้าไปตามดับอะไรหรือปล่อยวางอะไรให้ใจมันต้องดิ้นรนทุกข์ร้อน เพียงแค่ให้ใจมันเห็นว่ามันเองนั้นแหละที่เป็นของดับและมันไม่เคยยึดเกี่ยวสิ่งใดๆ เอาไว้เลย.....

อดีต สร้างภาพปัจจุบัน

รูปภาพ
คิดไปเถอะ เศร้าไปเถอะ โกรธไปเถอะ อยากไปเถอะ หรือมีสุขมีทุกข์ไปเถอะ ตราบใดที่สมองและจิตใจมันทำงานของมันเป็นปกติดีอยู่ อารมณ์เหล่านี้ก็จะยังคงมีอยู่..... "อารมณ์คือดอกผลของอดีตที่สั่งสม".....ความเป็นเรามันจะเป็นไปอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับว่าอดีตมันชอบในอารมณ์แบบใด แต่ทั้งความเป็นเราและอารมณ์ก็ยังคงเป็นเพียงสิ่งที่อดีตสร้างขึ้น...... อดีตคือภาพลวงที่ล่วงผ่านและไม่ได้มีอยู่แล้ว สิ่งที่ถูกสร้างจากสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงแล้ว มันจะเป็นหรือมีอยู่จริงได้อย่างไร เราฝึกฝนอารมณ์ ก็เพราะรังเกียจอารมณ์ เราไม่อยากได้อารมณ์แต่กลับไปสร้างสมอารมณ์กัน ยิ่งเรารังเกียจมันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งไปสร้างอารมณ์เหล่านั้นให้มีมากขึ้น เกิดเป็นวัฏฏะหมุนวนหล่อเลี้ยงการกำเนิดให้มีต่อไปไม่สิ้นสุด ผู้ที่เข้าใจอารมณ์ จะเข้าใจความเป็นตัวตนและเมื่อไหร่ที่ตัวตนมันเข้าใจตัวมันเอง เมื่อนั้นมันก็จะเป็นอิสระได้จากอารมณ์และตัวมันเอง โดยไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่มีไม่จริงอีกต่อไป โดยปล่อยให้มันทำงานของมันไปแล้วก็จบสิ้นกันเพียงเท่านั้น

"ปัญญา" เปรียบเสมือนกระดาษชำระ

รูปภาพ
"ปัญญา" เปรียบเสมือนกระดาษชำระ ที่เมื่อทำหน้าที่เช็ดคราบสิ่งสกปรกคือความโง่และเข้าใจผิดออกไปแล้วก็ต้องทิ้ง เพราะหากยังคงหวงแหนเก็บไว้ ปัญญานั่นนั้นเองจะกลายเป็นเศษขยะแทน..... มันจึงไม่มีปัญญาใดที่ควรเก็บรักษาเพราะตัวปัญญาเองก็ยังเป็นเพียงสิ่งปรุงแต่ง ผู้ที่เป็นอิสระแล้วจากตนเองจึงไม่มีคุณธรรมใดหรือธรรมใดให้ต้องยึดถือแบกหาม แต่จะช่วงใช้ปัญญาเดิมจากธรรมชาติที่สดใหม่อยู่เสมอเหล่านั้นแทน.....

"ราคะ" กับการผายลม คือสิ่งเดียวกัน

รูปภาพ
ราคะ ความกำหนัด เธอคิดหรือว่าเมื่อมันหมดไปแล้ว เธอจะสามารถก้าวเข้าสู่ความบริสุทธิ์อันแท้จริงได้ ? ................................................................ เรามัววุ่นวายและเป็นทุกข์แสนสาหัสมานานเท่าไหร่แล้วกับการรังเกียจและพยายามไปกำจัดความเป็นธรรมชาติอันนี้ ด้วยความโง่ที่หลงเชื่อว่าราคะคือสิ่งสกปรกเป็นสิ่งที่ควรกำจัด เป็นมารที่คอยขัดขวางการบรรลุสู่ความเป็นยอดมนุษย์ เราจึงตกเป็นเครื่องมือของความโง่ ให้หลงคิดไปกำจัดความคิด เพื่ออยากเปลี่ยนความคิดไม่ให้มันคิดอย่างที่เคยคิด ความคิดแผลงๆ จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคิดขัดขวางความเป็นธรรมชาติของชีวิตที่มันต้องเป็นไปตามกฎของมันที่มันต้องเป็น โดยไม่เคยสนใจและใยดีต่อความคิดของเราเลยสักนิดเดียว ความทุกข์ปริเทวนาการแห่งความโง่ก็มีขึ้น เพราะความไม่เข้าใจในสิ่งที่มันเป็นและต้องเป็น... ................................................................ สิ่งที่เราคิดว่าสกปรก มันก็สกปรกแค่ในความคิด ความคิดนั้นจึงสกปรกด้วยความเชื่อว่ามันสกปรก ที่มีขึ้นหลังจากความคิดแรกมันดับไป ความคิดแรกแห่งราคะมันจึงไม่ใช่ราคะ แต่เป็นความคิดอีกตัวต่างหากที่ไปตัดสินให้ม...

เราไม่เคยปล่อยวางอะไรได้จริง

รูปภาพ
เมื่อเราเห็นสิ่งที่ผิดไปจากรูปแบบที่เรายึดถือ ธรรมชาติของใจจะเกิดการดิ้นรนและตัดสิน เป็นไปตามจริตของมันที่เคยสะสม มากน้อยแตกต่างกันไป .................................................. ลองสังเกตใจของเราดูเอาเถิด.....ต่อให้ท่านจะสำเร็จฌานอะไรมา หากมีคนมาบอกว่าสิ่งที่ท่านทำอยู่นั้นมันผิด ท่านสามารถปล่อยวางความหมายและอารมณ์ความรู้สึกหลังจากนั้นได้จริงหรือ หรือหากมีเด็กวัยรุ่นก๋ากั่นมานั่งพูดถึงพระนิพพานให้เราๆ ท่านๆ ฟัง.....ลองสังเกตใจท่านดูเถิด.......ว่ามันจะดิ้นรนอยู่เช่นไร .................................................. เพราะตลอดสายของเส้นทางแห่งการเรียนรู้ ความเป็นเราได้เกี่ยวยึด จำแนกและให้ค่ากับสิ่งต่างๆ ในโลกเอาไว้อย่างเสร็จสรรพ มันจึงเป็นธรรมดาของธรรมชาติ ที่มันต้องเป็นไปตามอย่างที่มันเคยเป็น ถึงจะมีการฝึกฝนใจให้วางเฉยกับสิ่งที่เคยหลง ก็เป็นแต่เพียงการย้ายห้องกรงขังในคุกหลังเดิมเท่านั้น .................................................. มันจึงไม่มีใครไปปล่อยวางอะไรได้จริง สิ่งที่มีและเป็นมันจึงเป็นเรื่องของโลกที่มันต้องเป็นไปตามนั้น เมื่อทุกสิ่งมันเป็นอิสระของอยู่แล้ว เราจึงมีห...

นิพพาน กับ ป้านน้ำชา

รูปภาพ
หากเธอใช้ความคิด.....เพื่อเข้าถึงสิ่งที่พ้นไปจากความคิด เธอจะเจอเพียง "ความคิด" หากเธอใช้ความเชื่อ.....เพื่อเข้าถึงสิ่งที่ความเชื่อไม่สามารถจับต้องได้ เธอจะจบลงด้วย "ความไม่เชื่อ" หากเธอสร้างเส้นทางและรูปแบบ.....เพื่อการเข้าถึงสิ่งที่ไร้เส้นทางและไร้ซึ่งรูปแบบ เธอจะจมอยู่ในห้วงแห่งความฝันของตัวเธอเอง...... ............................................................................ ทุกสรรพสิ่งล้วนเป็นอิสระ จึงไม่มีอิสรภาพใดให้ต้องค้นหา แต่เพราะหลงมัวเมาในเล่ห์กลแห่งมายาความเป็นเธอจึงถูกจองจำด้วยความเป็นเธอเอง..... ............................................................................ หาก "นิพพาน" คือห้วงสภาวะที่เป็นอิสระหลุดพ้นจากสรรพกิเลสทั้งปวง "ป้านน้ำชา" ที่วางอยู่บนโต๊ะนี้....ก็คือ "นิพพาน" อันนั้นไม่ต่างกัน เพราะสิ่งที่มันเป็น มันไม่เคยเป็นอะไรเลยกับอย่างที่เราคิด มันจึงเป็นอิสระหลุดพ้นอยู่แล้วโดยตัวมันเองตลอดเวลา ............................................................................ หรือหากกล่าวว่า "ป้านน้ำชา...

ไอ้หมาเอ้ย

รูปภาพ
ไอ้หมาเอ้ย....เมื่อ "แม่" พูดกับเรา : สัมผัสความอบอุ่นใจนั้น เมื่อ "คนอื่น" พูดกับเรา : สัมผัสความไม่พอใจนั้น .................................... อย่าหลง.....ไปพยายามปล่อยวางความรู้สึกให้เสียโง่กิเลสซะหละ !! .................................... ความรู้สึกเกิดขึ้นเพราะธรรมชาติของมันที่ต้องเกิด เป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าตามระบบของชุดข้อมูลที่ความคิดมันจัดเก็บไว้ ใจที่ไหลไปกับความหมายของประโยคจนทำให้โกรธก็ไม่ใช่สิ่งผิด หรือต่อให้ไม่โกรธมันก็ไม่ใช่สิ่งถูก แต่มันจะผิดต่อเมื่อไปคิดว่ามันผิด แล้วไปวุ่นวายกับความคิด เหมือนคนบ้าที่รังเกียจเงาของตัวเอง จนที่สุดก็ต้องทนทุกข์อยู่ในมุมมืดตามลำพัง .................................... ใจที่เปลี่ยนเพียงสังเกตรู้ว่ามันเปลี่ยน จนใจมันเข้าใจว่าตัวมันเองเป็นสิ่งที่ต้องแปรเปลี่ยน เมื่อนั้นมันจึงวางตัวมันเอง แล้วก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของธรรมชาติที่มันต้องเป็นไปตามเรื่องตามราวของมัน

นิ่ง ใช่ว่าจะสงบ / เคลื่อนไหว ก็ใช่ว่าจะฟุ้งซ่าน

รูปภาพ
ความต้องการสงบ...แล้วกำหนดให้นิ่งมันจึงฟุ้งซ่าน แม้เคลื่อนไหวแต่ไร้ความต้องการ...ความสงบจะกลายเป็นเธอเอง....

หากบุญเกิดที่ใจ แล้วใจอยู่ที่ไหน ?

รูปภาพ
"ใจ" คือสิ่งใด "พุทธะ" ก็คือสิ่งนั้น พุทธะ คือสิ่งใด ความว่างโดยเด็ดขาดก็คือสิ่งนั้น ฉะนั้นแล้วใจเรานั้นเองคือ....ความว่างโดยเด็ดขาด ................................................................................ "บุญบาป" เปรียบดังเพชรพลอยและสิ่งปฏิกูล ที่ไม่สามารถสร้างความสกปรกหรือประดับความสวยงามบนความว่างได้ฉันใด ใจเรามันก็ไม่เคยขุ่นมัวหรือใสสว่างได้เพราะบาปบุญได้ฉันนั้นแต่ที่เห็นว่ามันเป็นอย่างนั้น......นั่นไม่ใช่ใจ.....เป็นเพียงภาพเงาที่เกิดจากการไหวตัวของใจมันเท่านั้น... ................................................................................ ตราบใดที่เธอยังไม่พบใจของเธอเอง ตราบนั้นเธอก็ยังคงต้องวนเวียนอยู่กับความสุขที่ต้องทุกข์อยู่อย่างนี้ต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด... ................................................................................

ความเปลี่ยนแปลง คือตัวเธอ

รูปภาพ
เมื่อเธอสงบ เธอจะเห็นทุกสิ่งเคลื่อนไหว เมื่อเธอเฝ้ามอง.....ความเคลื่อนไหว เธอจะเห็นตัวเธอ.........เปลี่ยนแปลง เมื่อเธอสังเกต.....ความเปลี่ยนแปลง เธอจะรู้ว่า...ตัวเธอนั้นเองคือความเปลี่ยนแปลง เมื่อเธอคือความเปลี่ยน......เธอจึงว่างเปล่า

ZEN

รูปภาพ
.......ไม่มีอะไรคือเซน แต่ก็ไม่มีอะไรที่ไม่ใช่เซน...... "เซน" คือความว่างเด็ดขาดจากสิ่งทั้งปวง จึงไม่มีอะไรที่เป็น...."เซน" และเพราะสิ่งทั้งปวงคือความว่างที่เด็ดขาดเหล่านั้นจึงไม่มีอะไรที่ไม่ใช่......"เซน"

รู้ก่อนคิด

รูปภาพ
....เมื่อเธอรับรู้ได้ถึงสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก่อนที่ความคิดมันจะยัดเยียดให้สิ่งๆ นั้นเป็นอะไร... ....นั้นคือสัจจะแท้จริงแห่งธรรมชาติที่บริสุทธิ์และไร้มลทิน...

ใช้ความคิดลบความคิด ?

รูปภาพ
อย่าพยายามตามกำจัดความคิดที่ไม่ชอบอยู่เลย ยิ่งเธอพยายามกำจัดมันมากเท่าไหร่ ก็เท่ากับเธอยิ่งไปสร้างความคิดนั้นให้มีมากขึ้นเท่านั้น..... ธรรมชาติของความคิด....คือการนึกคิดปรุงแต่งทั้งที่สำนึกได้และใต้จิตสำนึก ความคิดมันจึงเป็นอิสระที่จะคิด มันจึงไม่มีความถูกหรือผิด ดีหรือเลวโดยตัวมันเอง แต่จะใช้ความคิดอีกตัวที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคอยตรวจสอบยับยั้งและส่งเสริม ควรหรือมิควรที่จะนำออกมาใช้ในการพูดและทำหรือที่เรียกว่าจิตสำนึก...... เพราะความไม่รู้เราจะหวาดกลัว เพราะความหวาดกลัวเราจึงพยายามห้ามความคิด แต่กลับเป็นการพยายามไปคิดเรื่องที่อยากจะห้าม มันจึงเป็นการย้ำคิดในเรื่องที่ไม่อยากคิด ตามลบความคิดด้วยความคิด มันจึงเป็นการต่อความยาวให้กับเรื่องที่ไม่อยากจะคิดมากขึ้น มากขึ้น เมื่อเราเห็นความคิดที่ไม่ชอบ เราเพียงเฝ้ามองมัน สังเกตมันดูมันตัดสินแต่ไม่เข้าไปตัดสินมัน ดูมันเปลี่ยนแปลงโดยไม่เข้าไปเปลี่ยนแปลงมัน จนกว่าจะแยกความไม่ชอบออกจากความคิดที่ไม่ชอบเหล่านั้น เราจะเห็นความคิดที่เราไม่ชอบเกิดขึ้นก่อนความไม่ชอบที่เรามี แล้วก็ปล่อยให้ปัญญาทำหน้าที่มันไปจนกว่ามันจะสรุปรวบยอดเรื่องราวทั้งหมดได้..... “ค...

จาก "เธอมี" เป็น "เธอหาย" และ กลาย "เป็นมีเธอ"

รูปภาพ
จาก "เธอมี" เป็น "เธอหาย" และ กลายเป็น  "มีเธอ" ............................................................. เธอเคยอยู่กับเธอ เมื่อเธอพบตัวเธอ เธอจึงว่างเปล่า.....เมื่อเธอว่างเปล่า เธอจึงเห็น "เธอ" อีกครั้ง ที่มีเธอเป็นเธอเป็นอิสระจากกันและกัน ไปชั่วนิรันดร์

ความอ่อนโยน คือธรรมชาติของจิตใจนมนุษย์

รูปภาพ
“น้ำตา” ของความห่วงหาอาลัยไม่ใช่เป็นสิ่งที่ผิด เพราะนั้นคือการแสดงออกถึงความ “อ่อนโยน” ที่มีอยู่ในจิตใจของความเป็นมนุษย์แต่อย่าทำให้ “ความอ่อนโยน” กลับกลายเป็น “ความอ่อนแอ” ........................................................................................................................................................ เธอเคยคิดถึงโหยหาต่อสิ่งที่พลัดพรากจากไปไหม ภาพเหตุการณ์เรื่องราวต่างๆ ยังแทรกซึมติดอยู่ทั่วไปในข้าวของเครื่องใช้ สถานที่ และผิวกายสัมผัส คอยตอกย้ำให้ยิ่งโหยหาเมื่อได้รับรู้ต่อสิ่งเหล่านั้น เรื่องราวความทรงจำที่เคยมีความสุขกลับต้องเป็นทุกข์เมื่อให้หวนรำลึกถึงมัน.....แปลกดีไหมหละ !?..... ความเศร้าโศกของเธอไม่ใช่สิ่งที่ผิด เพราะมันเป็นการแสดงออกถึงความอ่อนโยนในจิตใจของเธอซึ่งเป็นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ เพียงแต่เธออาจทำผิดพลาดได้หากเธอยังย้ำความคิดให้อยู่กับเรื่องราวเดิมๆ ซ้ำๆ จนทำให้ความอ่อนโยนของเธอกลับกลายเป็นความอ่อนแอไป..... ลืมตาตื่นขึ้นเถิด เรื่องราวความทรงจำที่ทำให้เธอเศร้านั้น มันเป็นเพียงฝันร้ายที่เธอเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเพื่อทำร้ายใจของเธอเอง เธอเพียงคอยเฝ้า...

ไร้รูปแบบ

รูปภาพ
"การยึดมั่นในความคิด" คือการหลงติดในรูปแบบ มันคือตะกอนของความคิดที่สั่งสมมาตลอดสายของการเรียนรู้ มันคือการกำหนดรูปแบบให้กับสิ่งที่ไร้รูปแบบ ตามแต่ที่ตัวตนมันจะสร้างขึ้นมาให้เชื่อ

ชีวิตเธอเพรียบพร้อมอยู่แล้ว เท่ากับสิ่งที่เธอกำลังค้นหา

รูปภาพ
  เพียงเพราะเธอ...เชื่อมั่นสิ่งอื่นมากกว่าความเป็นธรรมชาติของเธอเอง เธอจึงพลาดประสบการณ์ตรงจากการได้สัมผัส "สัจจะ" ภายในจิตใจของเธอ ทำให้เธอไม่รู้จักมันและแยกแยะอะไรเป็นอะไรไม่ได้ เธอจึงต้องออกตามหาหรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อสร้างหรือกำจัดให้อะไรบางสิ่งมีขึ้นหรือหมดไปจนหลงงมงายวุ่นวายไม่รู้จักจบสิ้น... เธอเพียงเฝ้าฟังเสียงที่ไม่ได้ยิน เฝ้ามองสิ่งที่มองไม่เห็น รับรู้สิ่งที่ไม่ต้องรู้ และเฝ้าทำโดยไม่มีการกระทำใดๆ เธอจะเข้าใจอะไรๆ ได้ทั้งหมด และเธอจะพบสิ่งที่เธอกำลังค้นหา เหมือนเธอได้พบแว่นตาของเธอที่มันเกี่ยวหูทาบตาเธออยู่ตลอดเวลาหลังจากที่ออกค้นหามันซะให้ทั่ว.....

ความเข้าใจบนความไม่เข้าใจ คือความไม่เข้าใจ

รูปภาพ
ความเข้าใจบนความไม่เข้าใจคือความไม่เข้าใจ  เพราะความไม่เข้าใจอะไรๆ ทั้งหมด เธอจึงสร้างความเข้าใจบนความไม่เข้าใจทั้งหมดเหล่านั้น จนกลายเป็นความเข้าใจผิดต่อทุกสิ่งที่มันเป็นและเชื่อยึดจนเป็นโลกแห่งความเข้าใจผิดที่มีเธอเป็นผู้สร้าง..... ............................................................................................ Understanding on incomprehension Is not understanding Because of all incomprehensibility, she creates understanding on all of them. Until it became a misunderstanding of everything it was And believe until it is a world of misunderstandings that you have created

ค้นหาชีวิต

รูปภาพ
  .....หากเธอค้นหาชีวิตด้วย "ความเชื่อ" เธอจะจมไปกับความหมายของคำว่าชีวิต แต่หากเธอค้นหาชีวิตด้วย "สติปัญญา" เธอจะไม่พบคำตอบใดๆ เลย.....

จงเรียนรู้ที่จะสูญหาย โดยไม่ต้องกลายไปเป็นสิ่งใด

รูปภาพ
เมื่อเธอจบบทสนทนา....เธอสัมผัสความโล่งๆ ว่างๆ ในใจของเธอได้ไหม ความว่างที่เหมือนเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่เราไม่เคยรู้จักแต่กลับคุ้นเคยมันเป็นอย่างดีและมันจะหายไปเมื่อเธอพร้อมที่จะเริ่มบทสนทนาใหม่ขึ้นอีกครั้ง แท้จริงแล้ว.....มันไม่เคยหายไปไหน แต่เป็นเพราะเราไปสนใจและให้ความสำคัญกับตัวความคิดที่มันกำลังโลดแล่นอยู่นั้นแทน เปรียบเหมือนผืนผ้าขาวของโรงหนัง ที่เมื่อหนังกำลังฉายเราจึงเห็นแต่เพียงเรื่องราวของหนังแต่กลับมองไม่เห็นผ้าขาวที่เป็นตัวรองรับนั้นเลย....... เรื่องราวทั้งหมดในชีวิตที่เกิดขึ้นจากความคิด ก็เปรียบดั่งลำแสงที่สาดส่องไปยังผืนผ้าขาวที่เป็นเพียงแสงสีมายาที่จับต้องไม่ได้ มันมีอยู่อย่างไร้ตัวตน มันคือความฝันและจินตนาของตัวมันเอง ที่มีเราเป็นส่วนหนึ่งของมัน เราจึงเป็นสิ่งที่สูญหายอยู่ตลอดเวลาและไม่เคยเป็นอะไรจริงๆ เลยสักครั้งเดียว.....

กิเลสเกิดขึ้นจากสิ่งใด การรู้แจ้งก็เกิดขึ้นจากสิ่งนั้น

รูปภาพ
"ผู้กำจัดกิเลส" คือผู้ปิดช่องทาง "การพ้นทุกข์" "ผู้หนีกิเลส" คือผู้หลบหนี "การพ้นทุกข์" ประตูแห่งมารร้ายกับโพธิคือบานเดียวกัน เมื่อเธอเข้าใจได้ว่าทุกสรรพสิ่งล้วนกำเนิดมาจากสิ่งๆเดียวนี้ ที่มีสถานะไม่มีอยู่จริง แล้วกิเลสทั้งสามคือ โลภ โกรธ หลง ก็จะกลายเป็น ศีล สมาธิ และปัญญา ไปเอง กิเลสเกิดจากความคิดโพธิก็เช่นกันทั้งโพธิและกิเลสต่างก็เป็นสิ่งเดียว ความคิดจึงเป็นสิ่งกลางๆ ที่ไม่ได้ดีหรือร้าย แต่เพราะความโง่ที่หลงผิดคิดไปเชื่อปรากฏการณ์ที่เกิดจากมันต่างหากที่แบ่งแยกกิเลสและโพธิให้ออกจากกัน ความไม่เข้าใจ....จนต้องตกเป็นทาสของความคิดนี้เอง คือมารร้าย และความเข้าใจต่อความคิดจนสามารถเป็นอิสระได้จากมันนี้เอง คือพุทธะ

บุญ

รูปภาพ
 “บุญ” ไม่ได้เกิดจาก “การทำดี” แต่เกิดจากการ “คิดว่าได้ทำดี” การกระทำจึงเป็นเพียงการกระทำ ที่มีผู้กระทำและผลของการกระทำ เป็นเพียงเงาของมัน .................................... "Merit" is not caused by "doing good" But caused by "I think I have done well" Actions are therefore only actions. With the act and the outcome of the action It's just a shadow of it.

ใครมา ใครกลับ

รูปภาพ
  เมื่อไม่เคยมีใครจากมา ใครเล่าจะคืนกลับ เมื่อไม่เคยมีใครทุกข์ ใครเล่าจะพ้นทุกข์ ธรรมชาติแท้ คือไร้ธรรมชาติ ธรรมแท้ คือไร้ธรรม When no one has come. Who will turn back ....... When no one is suffering. Who will escape suffering? ... True nature is without nature. The truth is there is no truth.

ภาพหลอนทางเคมี

รูปภาพ
เมื่อเห็นว่า...ตัวเราเองและทุกๆ สิ่งเป็นเพียงกระบวนการทางสมอง ต่างก็เป็นเพียงภาพหลอนทางเคมีที่ดิ้นรนแสดงไปตามสิ่งเร้าต่างๆ ภายในพื้นที่ว่างไม่มีที่สิ้นสุด.....กระบวนการปล่อยวางตามธรรมชาติก็เกิดขึ้นและนั้นคือที่สุดของคำถามที่ว่า "เราคือใคร"