บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก สิงหาคม, 2020

หนึ่งสิ่ง คือทุกสรรพสิ่ง

รูปภาพ
 เห็นความคิด ก็เห็นธรรม รู้ความคิด ก็รู้ธรรม เข้าใจความคิด ก็เข้าใจธรรม จนปัญญา............มันรวบยอดความคิด เห็นทุกสรรพสิ่ง.......เป็นเพียงสิ่งหนึ่งสิ่ง และสิ่งหนึ่งสิ่งนี้เองคือทุกสรรพสิ่ง........ ที่เป็นเพียง "ความคิด" เมื่อนั้น.............. ความคิดก็จะสลัดความคิด และธรรมมันก็จะทิ้งธรรม.... กระบวนการปล่อยวาง ก็เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยธรรมชาติ เป็นการดับ ชาติด้วยธรรม......... ..........แล้วมันก็ปล่อยให้อะไรๆ เป็นไปตามเรื่องตามราวของมัน ไม่ยึด ไม่ปล่อย ไม่ถือ ไม่วาง ไม่ยอมรับ ไม่ปฏิเสธ และไม่เหลือ อะไรให้ต้องเข้าใจอีกต่อไป.........  

จงสัมผัส...ความว่างที่มีอยู่ในเธอ

รูปภาพ
  "ความว่าง" ที่ไม่ใช่ไม่มีอะไร.......แต่เป็น ความว่างที่มีอยู่อย่างเป็นอิสระจากอะไร ทุกๆ สิ่งทั้งจากสิ่งที่มีและที่กำลังเป็นอยู่ เป็นความว่าง....ที่ไม่ใช่การ "จงใจทำให้ว่าง" แต่เป็นการเข้าไปสัมผัสกับความว่าง ที่มันมีอยู่แล้ว........ก่อนการมีขึ้น ของ อะไรทุกๆ สิ่ง แล้วก็กลายไปเป็นส่วน หนึ่งกับมัน มันดำรงอยู่อย่าง เป็นอิสระ.....ไม่ว่าเธอ จะสงบหรือฟุ้งซ่าน เธอกำลังโมโหร้าย หรือกำลัง มีความเมตตากรุณา........... "ความว่าง" มันก็ดำรงอยู่อย่างนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งใดที่มันกำลัง มี หรือกำลังเป็นอยู่ เธอจึงไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไป กำจัดมายาตัวตนหรือ กิเลสใดๆ หรือเพียรสร้างสั่งสมธรรมบารมีใด เพราะสิ่งเหล่านั้นรังแต่จะทำ ให้ "ทางแห่งอิสรภาพ" ถูกปิดกั้นลง เธอเพียงทำความรู้จักกับ..... "ความว่าง" ที่มันมีอยู่ในเธอนี้ จนกลายไปเป็น ส่วนหนึ่ง กับมัน แล้วเรื่องวุ่นวายต่างๆ ก็ยุติลงและก็ จบกันเพียงเท่านั้น !!

จิต

รูปภาพ
  "จิต" นั้นมันบริสุทธิ์ อยู่แล้วโดย ตัวของมันเอง มันคือ "รู้" โดยไม่ต้องรู้ว่ารู้อะไรและ ไม่มีอะไร เข้าไปเจือปน ดังนั้น "จิต" จึงไม่สามารถปรุงแต่งสิ่งใดๆ ได้ ไม่สามารถฝึกฝนหรือขัดเกลาให้ดีหรือเลวลงได้ หากทำได้สิ่งนั้นมันก็ไม่ใช่ "จิต" แต่มันคือ................ "ความคิด" ที่เป็นเหมือนหมอกควันหรือเมฆหมอก ที่ล่องลอยปกคลุมดวงจิตนี้ไว้เท่านั้น แต่เราก็มักหลงคิดว่า  “ ความคิด ” นั้นคือ “ จิต ” แต่โดยแท้แล้ว จิต และ ความคิด มันแยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง......... และโดยตัว “ จิต ” เอง มันก็ไม่ใช่ “ จิต ” เพราะมันเป็น “ อิสระ ” จากภาษา ความหมายหรือคำพูดใดๆ ที่มาจาก "ความคิด" มันจึงมีเพียง รู้ ที่ไม่ต้อง รู้ ว่ามันรู้อะไรเท่านั้นที่ดำรงอยู่ หากเธอ เข้าใจมันได้ เธอก็เป็นอิสระได้จากสิ่ง ทั้งปวง

แม้ผู้รู้แจ้ง ก็มิอาจเปลี่ยนแปลงสิ่งใด

รูปภาพ
  "แม้ผู้รู้แจ้งก็มิอาจเปลี่ยนแปลงสิ่งใด" สิ่งที่มันเป็น...มันก็เป็นของมันอยู่อย่างนั้น มันจึงไม่มีสิ่งใดเลย.....ที่ "ไม่ควรเกิดขึ้น" อย่าปล่อยให้ปรากฎการณ์ทางความคิด หลอกหลอนให้มัวหลงอยู่อีกต่อไปเลย อย่ามัวแต่เฝ้ามองอะไรบางสิ่งจนลืมสัมผัส และเรียนรู้ "ตัวที่กำลังเฝ้ามอง" เพราะมันจะ ทำให้เธอหลงทาง หลงสร้างตัวตนและโลก มายาขึ้นมาอีกใบ ที่เธอเองเป็นผู้เต็มใจเข้า ไปจับจอง เพื่อหวังประคองใจไม่ให้วุ่นวาย หวั่นไหว โดยหารู้ไม่ว่านั้นก็ยังคงถูกสัญญา และการปรุงแต่งหลอกลวงให้เชื่อและจมอยู่ ในวัฏฏะอยู่นั้นเอง เพราะยังคงเชื่อว่า....... มันมีอะไรบางสิ่งให้ต้องเฝ้ามอง ยังคงเชื่อว่า...... มันมีอะไรบางสิ่งที่กำลังเฝ้ามอง และยังเชื่อว่า..... การทำอย่างนั้นคือการเฝ้ามอง เรากำลังโดนสัญญาหลอกให้ดูสัญญา และกำลังโดนการปรุงแต่งหลอกให้ดู การปรุงแต่ง แต่ลองดูเถิด......ในขณะ ที่เฝ้าดูนั้น ผู้เฝ้าดู มันไม่มี...!!! "ความคิด" .......มันสร้างสิ่งที่ถูกเฝ้าดูขึ้น แล้วมันก็สร้างผู้เฝ้าดูขึ้นมาอีกที เพื่อหลอก ตัวมันเองให้เชื่อถึงการมันอยู่จริงของมัน...!!! มาถึงตรงนี้แล้วหากใครมีป...

ข้อความที่ไร้ความหมาย

รูปภาพ
เธอคิดหรือว่ามันมีอะไรอย่างที่เธอคิดจริงๆ สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้เธอรับรู้ หรือแม้แต่ "ความ เป็นเธอ" ก็ล้วนแล้วแต่เป็นเพียงข้อมูลจาก ความคิดที่มันสร้าง ขึ้นเพื่อการดำรงอยู่ได้ ของสิ่งที่เรียกว่า "ชีวิต"  นี้เท่านั้น บทความนี้ก็เช่นกัน เธอเห็นเเต่ประโยค และ ความหมายของคำที่มาจากความคิด เธอจึงอ่านบทความนี้ได้ แต่เธอกลับมอง ไม่เห็นความเป็นจริงของมัน ว่ามันเป็นเพียงสิ่งๆ หนึ่งเท่านั้น ที่เธอ กำลังรับรู้ การรับรู้หรือสัมผัสที่นิ่งเงียบนี้ นี่เองคือ  “ ความจริง ” ทุกสิ่งจึงมีค่าเท่ากัน ที่เท่ากับสูญฯ

ไม่รู้ (ว่า) คิด

รูปภาพ
  ทุกการสัมผัส ทุกการมองเห็น ทุกกิริยาอาการ ในทุกๆ อิริยาบถ เธอเห็น "ความคิด" ที่มันเกิดขึ้นไหม  ? มันเกิดขึ้นและเคล้าเคลียอยู่กับ "ความจริง" ที่ดูเหมือนว่ามันคือสิ่งเดียวกัน เราจึงเกิดเป็นสุขและทุกข์ เพราะการเคี้ยวเอื้อง “ ความคิด ” ซ้ำไปซ้ำมาเพราะ “ ไม่รู้ว่าคิด ”

หลงสมาธิ

รูปภาพ
  เธออย่ามัวหลงใหลต่อปรากฏการณ์ในสมาธิอยู่เลย มันเป็นแต่เพียงลวดลายและลีลาของความคิดเท่านั้น เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่ากำลังคิด   เมื่อนั้นเป็น "สติ" เมื่อไหร่ที่เห็นความคิด      เมื่อนั้นเป็น "สมาธิ" เมื่อไหร่ที่เข้าใจความคิด    เมื่อนั้นเป็น "ปัญญา" เธอเพียงทำความรู้จักและเข้าใจต่อปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเธอ ในทุกอิริยาบถ ทุกช่วงเวลาและทุกสถานที่ ที่เป็นความปกติธรรมดาของเธอเองเท่านั้น เมื่อเธอเข้าใจ....มันเธอจะไม่ดิ้นรนเสาะหาอะไรที่ไหนอีก เพราะมันมีอยู่กับเนื้อกับตัวอย่างสมบูรณ์อยู่แล้วตลอดกาล

ความไม่มีเท่านั้นที่มีอยู่

รูปภาพ
ไม่มีหรอก.....ความสงบ ไม่มีหรอก.....ความวุ่นวาย แม้แต่คำพูดประโยคนี้..... ก็ไม่เคยมี.... อะไร.....คือความสงบ... อะไร.....คือความวุ่นวาย... อะไร.....คือความไม่มี... เรามัว........ หลงเชื่อ.....อยู่กับความหมาย หลงผูกพัน.....อยู่กับอารมณ์ หลงเสาะหา.....แต่โลกในอุดมคติ จึงทำให้เรา..... ไม่เห็น.....สัจจะ ไม่เห็น.....ตัวตน ไม่เห็น.....โลกแห่งความเป็นจริง เพราะความ.....เห็นผิด จึงกลายเป็นความ.....เข้าใจผิด เพราะความ.....เข้าใจผิด จึงกลายเป็น.....ความเชื่อ และเพราะหลง.....เชื่อ มันจึงกลายเป็นความยึดมั่น จึงทำให้เรา.....ยึดมั่นผูกพัน อยู่กับ.....สิ่งที่เชื่อ อยู่กับ.....สิ่งที่เห็น อยู่กับ.....สิ่งที่คิด อยู่กับ.....สิ่งที่ได้สัมผัส วนเวียน.....อยู่ในโลกของความ คิดนึก ความตรึก ความตรอง เกี่ยวข้องเรื่อยไปไม่มีที่สิ้นสุด ภายในวัฏฏะแห่งความขัดแย้ง ของสิ่งคู่แห่งนี้..... .....ที่โดยแท้จริงแล้ว..... มันไม่มีใครไป.....ยึดมั่นอะไร เพราะไม่มีอะไรที่ต้อง.....ยึดมั่น .....ไม่มีใครไป.....หลงเชื่ออะไร เพราะไม่มีอะไรที่ต้อง.....หลงเชื่อ .....ไม่มีใครไป.....เข้าใจอะไร เพราะไม่มีอะไรที่ต้อง.....เข้าใจ .....แล...