ประตูสู่การเกิดต่อและหลุดพ้นคือบานเดียวกัน
เธอจงใช้ "สิ่งที่มี" ให้ลุสู่ "ความไม่มี"
เพื่อข้ามพ้นไปจากทั้งความที่มีและไม่มี
เธอสามารถเรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจเพื่อปลดปล่อยจิตใจของเธอสู่ความเป็นอิสระได้จากทุกสิ่งที่เธอ
สัมผัสและรับรู้ ประสาทสัมผัสต่างๆ ที่เธอมี คือประตูสู่ความเป็นอิสระที่อยู่แนบชิดติดตัวเธอมากที่สุด ซึ่ง
เธอสามารถเลือกที่จะศึกษาและเรียนรู้ให้กระจ่างได้โดยใช้ช่องทางใดก็ได้
เมื่อเธอได้สัมผัสกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นช่องทางใด สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือภาพและเสียงจาก
ความคิดที่มันสร้างขึ้นสิ่งนี้เองที่เป็นตัวการสำคัญของเรื่องราวทั้งหมด มันมีค่าความเป็นกลางเท่ากันกับ
สิ่งทุกสิ่ง แต่เพราะการปรุงแต่งตามความเคยชินที่เคยให้ค่ากับสิ่งสิ่งนั้นมันจึงกลายเป็นสิ่งดี สิ่งเลวขึ้น
แล้วเรื่องราวความวุ่นวายต่างๆ ก็เกิดขึ้นตามมาเป็นกระบวนการ มันเป็นการปรุงแต่งซ้ำการปรุงแต่ง เป็นกระ
บวนการของความคิดที่คิดซ้ำความคิดที่เกิดขึ้น และซ้ำต่อไปเรื่อยๆ จนก่อให้เกิดการสร้างกรรมต่างๆ นานา
เธออย่าพึ่งเหมาคิดไปว่า ความคิด และการปรุงแต่งต่างๆ คือสิ่งผิด แล้วไปมัวขจัดความคิดและห้ามไม่ให้
เกิดการปรุงแต่งใดๆ ขึ้นหละ เพราะมันจะทำให้เธอทำสิ่งที่ผิดพลาดซ้ำไปซ้ำมา หากเธอไปมัวขจัดความ
คิดเพราะคิดว่ามันคือสาเหตุของความวุ่นวายเท่ากับเธอได้ตกไปสู่ห้วงวังวนของมายาความคิดไปแล้วโดย
ไม่รู้ตัว
"ความวุ่นวาย” ไม่ใช่ตัวความคิด แต่การไปเชื่อความคิดต่างหากที่ทำให้วุ่นวาย เธอจงใช้ความคิดเพื่อสาว
ไปสู่ต้นตอของความคิด ใช้การปรุงแต่งเพื่อเรียนรู้การปรุงแต่ง เธอจงใช้มันเพื่อการเรียนรู้ แต่อย่าให้มันเข้า
มาเกาะยึดหรือเข้าไปยึดเกาะอยู่กับมัน พยายามแยกแยะสิ่งที่รับรู้ กับเรื่องราวที่รู้ออกจากกันให้ได้
เมื่อความกระจ่างเกิดขึ้นแก่จิตใจของเธอ เธอจะรู้ได้ถึงต้นตอของเรื่องวุ่นวายทั้งหมด โลกที่เธอเคยรู้จะพัง
ทลายลง สิ่งที่เธอเคยเชื่อเพราะความไม่รู้จะถูกทำลาย กระบวนการการปล่อยวางต่างๆ ก็จะเป็นของมันไป
เองตามธรรมชาติ เธอจะไม่ต้องวุ่นวายกับอะไรๆ อีก เพราะความเข้าใจที่ถูกต้องถึงที่สุดจะทำหน้าที่ของมัน
เอง แล้วเธอจะสัมผัสได้ถึงจิตใจที่เป็นอิสระจากทุกสิ่งและความบริสุทธิ์ของจิตใจที่ไม่มีสิ่งใดเข้ามาเจือปน

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น