ความไม่รู้ คือกงล้อแห่งความวุ่นวาย
เพราะไม่รู้ตามความเป็นจริง จึงเกิดการปรุงแต่ง
เมื่อเกิดการปรุงแต่งจึงมีการรับรู้ถึงการปรุงแต่งนั้น
เกิดเป็นกระบวนการคิดดิ้นรนและผลักดันร่างกาย
ไปตามความคิดทางประสาทสัมผัส จึงเกิดการรับรู้
ต่างๆ ตามความคิดที่ปรุงแต่งขึ้น
...................................................................................................
เกิดเป็นความชอบและไม่ชอบ ถ้าชอบก็เกิดเป็นความอยาก
ไม่ชอบก็ผลักไส และสร้างโลกอนาคตรอไว้เบื้องหน้าตาม
ความอยากและไม่อยากที่มีเหล่านั้น
..................................................................................................
จากนั้นก็เกิดการดิ้นรนเพื่อไปยังโลกที่สร้างไว้ เมื่อไปถึงตาม
ที่ตั้งใจ มันก็ตั้งอยู่ได้ไม่นานแล้วมันก็ดับหายไป และเริ่มต้น
เวียนวนใหม่อีกครั้ง ณ จุดเดิมคือ "ความไม่รู้ตามความเป็นจริง"
....................................................................................................
เรารู้ทุกอย่างจากความทรงจำตามธรรมชาติ ที่ไร้ซึ่งการกำหนด
ความคิด แต่เพราะสงสัยและอยากให้มันมีอะไรตามอย่างที่คิด
จึงเกิดการให้ค่ากับสิ่งนั้นๆ เกิดเป็นจินตนาการความคิดปรุงแต่ง
และเริ่มใช้คำสมมติแทนค่าให้กับสิ่งต่างๆ ตามที่ได้ให้ค่าเอาไว้
แล้วผูกใจเชื่อยึดมั่นเป็นจริงเป็นจังกับสิ่งที่สมมติเหล่านั้นขึ้น
"กงล้อแห่งความวุ่นวาย" จึงถูกผลักให้หมุนเวียนวนรอบแล้วรอบเล่า
จนกว่าจะเข้าใจและเห็นความจริงในสิ่งสมมติทั้งหลาย และอยู่กับ
โลกสมมตินี้ได้ โดยที่ไม่หลงลงไปวุ่นวายกับโลกแห่งสมมตินั้นอีก.
.......................................................................................................

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น