แท้จริงแล้ว...เราต้องการอะไรจากธรรม
เราเคยถามตัวเราเองจริงๆ สักครั้งหรือไม่ว่า แท้จริงแล้ว...เราต้องการอะไรจากธรรม ?
นี่เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับการตั้งต้นที่ถูกต้อง เปรียบเหมือนการกางสำเภาแล้วตั้งหางเสือเพื่อให้แล่นไปสู่ทิศทางที่ควรจะเป็น แต่ก็มีไม่น้อยที่ผู้คนมักทำตามๆ กัน เชื่อไปตามๆ กัน แล้วก็พายจ้ำอยู่ในวังวนของความเชื่อนั้น ด้วยความไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเราต้องการอะไร.....
ผู้ที่เข้ามาศึกษา ต่างก็มีปัญหาแบกไว้เป็นของตัวเอง แล้วก็คิดเอาเองว่าธรรมะนั้นมันจะช่วยบรรเทาหรือขจัดมันให้ออกไปได้ ด้วยกลวิธีที่มีให้เห็นอยู่ตามสำนักต่างๆ ตำราต่างๆ หรือแม้แต่ตัวพระไตรปิฎกเอง ก็ถูกเอามาศึกษาและใช้อ้างเพื่อการสั่งสอนอย่างผิดๆ ถูกๆ เพราะด้วยเรายังขาดความเข้าใจที่มีต่อตัวเองว่าแท้จริงแล้วเขาและเราเป็นโรคอะไรกันแน่
แต่เพราะความหอมหวานของ "ตัวตนผู้มีธรรม" จึงทำให้ผู้คนหลั่งไหลเข้าไปมีไปเป็นกันอย่างบ้าคลั่ง ฝึกฝน เฝ้าดู เฝ้าทำ เฝ้าขจัด เฝ้าเพียรพยายามจนลืมตัวตนเดิมที่เป็นปัญหากลับสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมาทับถมแล้วในที่สุดก็ล้อวนไปตามกระแสแห่งการหลงธรรม ว่าโรคของแต่ละคนจะสามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีการเดียวกัน
มันจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการทำความเข้าใจต่อตัวเองให้ได้เสียก่อนว่า แท้จริงแล้วนั้นเราต้องการอะไรหรือเราเป็นโรคอะไรที่ต้องการให้ธรรมเป็นตัวรักษา มันจะเป็นวิธีการที่ลัดสั้นตัดตรงสู่เป้าหมายได้อย่างแท้จริง ธรรมะนั้นมันไม่มีอะไรมากไปกว่าการรักษาให้คนเรานั้นหายโง่ไปตามลำดับขั้นของปัญญาจนกระทั่งหายโง่ไปได้ในที่สุด มันจึงไม่มีพื้นที่ปัญญาเหลือพอให้เอาไปใช้ฟาดฟันฝีปากในหมู่คนที่อ้างว่าเป็นผู้ปฏิบัติธรรมไม่ ความเป็นธรรมมันจึงบริบูรณ์พร้อมพอดีสำหรับแต่ละบุคคลเพื่อให้ตนสำเร็จประโยชน์แห่งตนได้เท่านั้นเอง

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น