แม้ผู้รู้แจ้ง ก็มิอาจเปลี่ยนแปลงสิ่งใด

ในภาพอาจจะมี สถานที่กลางแจ้ง และน้ำ, ข้อความพูดว่า "แม้ผู้รู้แจ้ง ก็มิอาจ เปลี่ยนแปลง สิ่งใด 園"



 "แม้ผู้รู้แจ้งก็มิอาจเปลี่ยนแปลงสิ่งใด"

สิ่งที่มันเป็น...มันก็เป็นของมันอยู่อย่างนั้น

มันจึงไม่มีสิ่งใดเลย.....ที่ "ไม่ควรเกิดขึ้น"

อย่าปล่อยให้ปรากฎการณ์ทางความคิด

หลอกหลอนให้มัวหลงอยู่อีกต่อไปเลย


อย่ามัวแต่เฝ้ามองอะไรบางสิ่งจนลืมสัมผัส

และเรียนรู้ "ตัวที่กำลังเฝ้ามอง" เพราะมันจะ

ทำให้เธอหลงทาง หลงสร้างตัวตนและโลก

มายาขึ้นมาอีกใบ ที่เธอเองเป็นผู้เต็มใจเข้า

ไปจับจอง เพื่อหวังประคองใจไม่ให้วุ่นวาย

หวั่นไหว โดยหารู้ไม่ว่านั้นก็ยังคงถูกสัญญา

และการปรุงแต่งหลอกลวงให้เชื่อและจมอยู่

ในวัฏฏะอยู่นั้นเอง


เพราะยังคงเชื่อว่า.......

มันมีอะไรบางสิ่งให้ต้องเฝ้ามอง

ยังคงเชื่อว่า......

มันมีอะไรบางสิ่งที่กำลังเฝ้ามอง

และยังเชื่อว่า.....

การทำอย่างนั้นคือการเฝ้ามอง


เรากำลังโดนสัญญาหลอกให้ดูสัญญา

และกำลังโดนการปรุงแต่งหลอกให้ดู

การปรุงแต่ง แต่ลองดูเถิด......ในขณะ

ที่เฝ้าดูนั้น ผู้เฝ้าดู มันไม่มี...!!!


"ความคิด" .......มันสร้างสิ่งที่ถูกเฝ้าดูขึ้น

แล้วมันก็สร้างผู้เฝ้าดูขึ้นมาอีกที เพื่อหลอก

ตัวมันเองให้เชื่อถึงการมันอยู่จริงของมัน...!!!


มาถึงตรงนี้แล้วหากใครมีปัญญาก็จะเห็นได้ว่า

"ความคิด" มันสร้างสิ่งที่ถูกเฝ้าดูและผู้เฝ้าดูขึ้น

ทั้งผู้เฝ้าดูและสิ่งที่ถูกเฝ้าดู จึงเป็นเพียงสิ่งที่

ความคิดมันสร้างขึ้น........!!!


ความคิดมีคุณสมบัติใด..........

สิ่งที่ถูกสร้างโดยมันก็มีคุณสมบัตินั้น

ความคิดมันมีลักษณะใด........

สิ่งที่ถูกสร้างโดยมันก็มีลักษณะนั้น

เมื่อความคิดมันสร้างความคิดขึ้น

สิ่งที่ได้ก็มีเพียงความคิด...........


มันจึงไม่มีใครไปทำอะไรแล้วได้อะไร

ไม่มีใครหรืออะไรไปสร้างอะไรเพื่ออะไร

มันมีแต่เพียงกระบวนการของธาตุขันธุ์

และการพริ้วไหวของความคิดเท่านั้นที่

มีขึ้น มันจึงไม่มีใครไปเปลี่ยนแปลงอะไร

แม้เขาเป็นผู้รู้แจ้งจบโลกแล้วก็ตาม





ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ทุกอย่างสมบูรณ์อยู่แล้ว ก่อนการเริ่มต้น

เมื่อเธอเห็นภาพ เธอจะสัมผัสไม่ได้ถึงดวงตา

สุข บัง ตา