โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้
เมื่อเธอเห็นภาพ เธอจะสัมผัสไม่ได้ถึงดวงตา
เมื่อเธอรู้สึกได้ว่าคิด - เมื่อนั้นเป็น "จตุตถฌาน" เมื่อเธอเห็นความคิด - เมื่อนั้นเป็น "อากาสานัญจายตนะ" เมื่อเธอรู้สึกได้ถึงผู้คิด - เมื่อนั้นเป็น "วิญญาณัญจายตนะ" เมื่อเธอเห็นผู้คิดว่ามันคิด - เมื่อนั้นเป็น "อากิญจัญญายตนะ" เมื่อเธอเห็นผู้คิดเป็นเพียงความคิด - เมื่อนั้นเป็น "เนวสัญญานาสัญญายตนะ" เมื่อเธอเข้าใจว่าสิ่งที่เข้าใจและผู้เข้าใจก็คือกระบวนการหนึ่งของความคิด เมื่อนั้นจึงถึง "สัญญาเวทยิตนิโรธ" ธรรมทั้งมวล รวมอยู่ในสิ่งคิด หากไม่รู้คิด ก็ไม่รู้ธรรม หากกระจ่างใจในความคิดก็แทงตลอดในสรรพธรรม
สุข บัง ตา
..... การฝังตัวเองอยู่ใน “ปิติสุข” ไม่ใช่ที่สุดในการรู้แจ้ง เพราะยังมีความพอใจในสุข ยังมีความอยากในสุข ยังมีการรักษาสุขเหล่านั้น ยังมีผู้ต้องการ ยังมีผู้กระทำ ยังมีผู้ได้รับผลของการกระทำ ยังมีผู้ต้องการแบ่งปัน ยังมีผู้เมตตา ยังมีผู้ส่งความเมตตา ยังมีผู้รักษาคุณธรรมและยังคงมีธรรมที่ยัง "เชื่อ" ว่ามันคือธรรม สิ่งต่างๆ เหล่านี้ไม่ใช่สิ่งถูกผิด แต่ยังถูกปิดบังอยู่ด้วย "ความไม่รู้"..... เพราะมันคือการขังตัวเองไม่ให้เผชิญกับความจริงที่มันมีอยู่ ไม่ให้พบกับสภาพความเป็นจริงของธรรมชาติในความเป็นเช่นนั้นของอารมณ์และความคิด ปิดกั้นสิ่งที่ไม่อยาก และพยายามรักษาสิ่งที่พอใจให้ยังคงอยู่ มันคือการสร้างโลกใบใหม่ขึ้นมาเพื่อใช้อาศัยพึ่งพิง โลกแห่งความปิติสุข และนี่เองคือสิ่งที่ท่านเรียกว่า "ภพ" และเมื่อภพมี "ชาติ" จึงมี.....

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น