โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้
เราเป็นเพียงจินตนาการของเราเอง
จาก....มักโกรธ เป็นไม่โกรธ จาก...ฟุ้งซ่าน เป็นตั้งมั่น จาก...อาฆาต เป็นเมตตา จาก...ร้อนรน เป็นร่มเย็น ก็หาใช่เครื่องยืนยันของ ผู้พบธรรมแล้วไม่.......... ธรรมแท้ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งปรุงแต่ง และพ้นไปจากอำนาจของความคิด เราจึงไม่อาจจินตนาการถึงธรรมที่ แท้จริงนั้นได้ ผู้มักโกรธ , ฟุ้งซ่าน , อาฆาตร้าย ก็อาจพบธรรมได้เร็วกว่า ผู้ที่แช่นิ่ง อยู่ในร่มเงาของความสงบ เพราะกระแสของอารมณ์ที่รุนแรง เหล่านั้นมันสังเกตได้ง่ายกว่าและ เมื่อใช้ปัญญาเข้าแทรกแซงก็อาจ รู้แจ้งแทงตลอดทุกสรรพสิ่งได้ใน พริบตาเดียว ฉะนั้นการเข้าถึงธรรมหาใช่การ เข้าไปเปลี่ยนแปลงสิ่งใดไม่ แต่ มันคือการทำความเข้าใจกับทุก สภาวะอารมณ์ความรู้สึกทุกชนิด ที่มันมีขึ้นให้รับรู้ ว่าแท้จริงแล้ว มันคืออะไร เมื่อรู้แล้วก็จบกัน เพียงเท่านั้น............ สิ่งที่มันเคยมีเคยเป็น มันก็ยังคงมี คงเป็นของมันไปตามเรื่องตามราว ตามเหตุตามปัจจัย ตามจริตนิสัย ดั้งเดิมของมันที่มันเคยเป็น......... เราจึงไม่อาจปรามาทใครด้วยความคิด ของเราได้เลย แม่ค้าขายบะหมี่ข้างทาง ก็อาจเป็นผู้พบธรรมแล้วก็เป็นไปได้ใคร จะรู้
การกระทำที่ยังไม่เข้าใจ
การกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอะไรบางอย่าง หรือเพื่อไปดับอะไรบางอย่าง ยังเป็นการ เข้าไปล้อเล่นกับความทุกข์อยู่ เพราะยังไปคิดว่ามันมีอะไรบางอย่างที่ควรได้ และมีอะไรบางอย่างที่ควรดับ โดยไปสร้างอะไร บางอย่างที่คิดว่าหากได้มาแล้วจะดี และไปสร้าง อะไรบางอย่างที่คิดว่ามันไม่ดีและควรจะต้องดับ โดยไม่รู้ตัวเลยว่านั้นคือการสร้างอะไรบางอย่าง ที่เรียกว่า "ตัวตน" ให้แข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามอำนาจ ของความ "อยากดี" ไม่มีอะไรที่จะต้องได้มาและไม่มีอะไรที่จะต้องดับไป เพราะมันไม่มีอะไร ที่จะไปเป็นเจ้าของรอง รับสิ่งที่ได้ หรือดับนั้นๆ ทุกอย่างล้วนเป็นอิสระต่อกัน และต่างก็ ทำหน้าที่ของมันอยู่อย่างนั้นมาช้านาน แต่เป็นเพราะ ความไม่รู้จึงเห็นผิดหลงสร้างตัวตน ให้ติดกับมายาในความคิด วนเวียนอยู่ในโลกที่ สมมติขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า เพียงเข้าไปเห็นความจริง ว่าทุกสิ่ง ต่างก็ล้วนเป็นของมันอยู่อย่างนั้น มันทำงานกันอยู่อย่างนั้น และมัน ไม่มีอะไรอยู่ในนั้น เมื่อเห็นและทำ ความเข้าใจกับมันให้ถึงที่สุด ก็เพียงพอ แล้วที่จะทำให้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร โดยไม่ต้องไปทำอะไรกับมันเลย














ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น