บทโคลงกลอน

๏ สกุนาแลฟ้า ตัณหา
เกิดใคร่กินเมฆา ล่วงแล้ว
ขยับปากเลียอ้า จิกทิ่ม รังคอน
มิห่อนออกแรงแกล้ว ปีกอ้าง ลืมบิน ๚:๛

๏ ความคาดหวัง ขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งตัณหา
ผลที่ได้คือเวทนา มีทั้งน้ำตา ทั้งความชอบใจ
หมุนเวียนเกิดดับซ้ำซ้อน มิผ่อนดับแล้วเกิดใหม่
ดั่งรู้อยู่แล้วว่าเป็นไฟ แต่ก็ไล่จับไปเพราะไม่จำ ๚:๛
ตัวกู "เกิด" เพราะเพลินเชิญความอยาก
ตัวกู "มาก" เพราะเคล้าเล้าตัณหา
ตัวกู "ทุกข์" เพราะหวังคลังโศกา
ตัวกู "ล้า" เพราะสิ้นอุปาทาน ๚:๛
๏ ทอดบาตดึงปากป้อง มองหา
สูตรสำเร็จเคล็ดวิชา เพรียบพร้อม
เดินดุ่มลงเถื่อนมา หลงที่ จิตเขว
เหยียบข้ามเฉลยเมินป้อม ตั้งอ้า ปากทาง ๚:๛

๏ จตุรจิตฟุ้ง ลอยเกาะ
เกิดดับสุมบมเพาะ บ่ คร้าน
แลตามหัวยิ้มเยาะ ฮันแน่ เด็กซน
ดับเผ่นแอบเกาะก้าน อยู่ไซร้ กายเดิม ๚:๛
๏ ปทุมพุ่มช่อก้าน อูบตูม
กว่าจะแทงเสียดขุม พ้นน้ำ
สุริโยโผล่ชุ่ม สะพรั่ง เบิกบาน
ใจหวั่นกลีบช้ำ เหี่ยวแห้ง สายัณห์ ๚:๛

๏ เห็นธงพริ้วปลิวเปราะเพราะลมต้อง
เพราะธงครองคล้องมีจึงไสวสรรพสิ่งอิงล้วนเหตุปัจจัยเมื่อเห็นได้ใจเรา "เท่านั้นเอง" ๚:๛

๏ หมาท้องกิ่วหิวโก่งโครงนับซี่อยากลิ้มลี้ขี้ข้าวเครื่องคาวฝันนอนทับรวงพวงข้าวอยู่ราววันไม่เป็นอันรู้กินก็สิ้นใจ
๏ ข้าวเม็ดขาวพราวฟูอยู่ในเปลือกความโง่เสือกบังตาเข้าอาศัยสิ่งสมมุติผุดฝังบังวิไลวิมุติไซร้ภายในไม่คลายจริง ๚:๛

๏ คนร้อยคนด้นสร้อยร้อยความคิด
มีมองผิดคิดถูกตามประสามีสรรเสริญเดินคู่มีนินทาจะเที่ยวหาแก่นสารใดไม่มี
๏ ธรรมคู่โลกโศกสุขทุกข์สองข้าง
เหนื่อยแล้ววางกลางทางระหว่างที่เพราะทุกข์จึงเบื่อหน่ายคลายในทีวางโลกนี้ลงได้สบายใจ ๚:๛
๏ ธรรมชาติไร้เส้นแบ่งแห่งแกฉัน
ทุกสิ่งอันหมุนเปลี่ยนไปตามสายไร้สิ่งสุขไร้สิ่งทุกข์ไร้สิ่งตายเหตุยึดคลายชาติม้วยมลายลง ๚:๛

๏ จอมทัพหาญพาลกล้าท้าดินฟ้า
เกรียงไกรดั่งเหยียบเมฆาปลิดสวรรค์
หาญเหี้ยมเทียมสู้เซ่นสรวงให้คืนวัน
กวัดแกว่งกระบี่วาดฝันพลันดับลง
๏ พรานชีวิตขีดเขียนโคลงด้วยโลหิต
เป็นทั้งผู้พิชิตแลผู้พ่ายคละเคล้าหลง
บทสุดท้ายเพียงเจ้าคู่กายก่อนปลดปลง
ฟ้ายืนยงแต่ชีวิตข้าเพียงบทกวี ๚:๛

๏ บรมครูท่านผู้ ทรงภูมิ
โปรดเหล่าสัตว์ชาติปูม เรื่องรู้
ชนหลังคลั่งคำสุม หยุมหยิม ลูบคลำ
สอนเชื่อวนเวียนคู่ ละทิ้งธรรมเดิม ๚:๛า
๏ "อิริยาบถ" ต่างกันเพราะชื่อเรียกตามแต่เพรียกขานไปในความหมายเป็นเพียงม่านพาลกรอกหลอกงมงายใครเชื่อตายพายจมล่มวนเวียน๏ หลุดเมฆหมอกพอกพร่ำด้วยคำชื่อหลุดจากสื่อขื่อขังพังบังเหียนเข้าสู่ "รู้" ถ่องแท้ไม่แปรเวียนหลังคำเรียนเวียนบ้าภาษาคน ๚:๛

..........ม่านกลแห่งภาษา..........
ซ้อนเร้นภาพมายาในความคิด
ใครฉุกใจรู้เห็นเรื่องราวที่ฝังติด
เท่ากับเธอเข้าชิดความไม่ตาย





ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น