บทความ

เธอจะอยู่และจากไป...ด้วยรอยยิ้มหรือคราบน้ำตา

รูปภาพ
หากเธอเชื่อว่า..เธอมาเพื่อจากไป  เธอจะใช้ชีวิต ที่เหลืออยู่นี้ เพื่อรอย ยิ้มหรือคราบน้ำตา เธอเลือก ที่จะ แบกโลกไว้หรือหัวเราะ ไปกับมัน ลมหายใจนั้นเป็นของมีค่า แต่เรา ก็มักหลงลืมมัน เรามัวแต่หาวิธีให้ ได้มาซึ่งความสุขในวันข้างหน้า จน ลืมช่วงเวลาแห่งความงดงามของ ลมหายใจที่ มีค่าอันนี้ไป ลืมตาตื่นขึ้นมา...ชื่นชมความงามของชีวิตที่เหลือ อยู่น้อยนิดนี้เถิด เปิดใจชื่นชมมันให้ลึกซึ้งอย่างไม่ มีข้อแม้ ไม่มีกำแพงแห่งการตั้งแง่ทางความคิด ไม่ต้องใช้รูปแบบทางภาษาใดไปยัดเยียดให้สิ่งใด ชื่นชมมันด้วยใจที่ใสซื่อบริสุทธิ์....เธอก็จะพบกับ ความงามที่ซ่อนอยู่และมีอยู่เป็นนิรันดร์ ความงาม ที่เป็นอิสระจากข้อกำหนด.... จึงเป็นเหตุให้เกิดความสุขที่ปราศจากเงื่อนไข "ความสุข" นั้นมันมีขึ้นได้ง่าย ๆ เพียงเราเลือก ที่จะใส่ใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ค้นหาความงาม ที่บริสุทธิ์ของมันให้เจอ  แล้วเธอก็จะใช้ชีวิตที่ เหลืออยู่ นี้อย่างคุ้มค่า และจากไปด้วย แววตา ของผู้รู้จักโลก

เนื้อเดียวกัน แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

รูปภาพ
  เมื่อเธอยกกาแฟขึ้นมาดื่ม เธอดื่มตัวกาแฟหรือดื่มน้ำ เมื่อกาแฟและน้ำถูกชงให้อยู่ ด้วยกันจนเหมือนกลายเป็น สิ่งเดียวกัน แต่เราก็สามารถ รู้ได้ว่ามันไม่ได้ เป็นเนื้อเดียวกันมาตั้งแต่เดิม "ความจริงและสิ่งสมมติ" ก็เช่นกัน และมันจะไม่เป็นปัญหาอะไรเลย หากเธอรู้และเข้าใจมัน กระทั่ง สามารถแยกมันได้ แล้วเธอก็จะ อยู่และใช้มัน (สมมติ) ได้โดยที่ ไม่หลงไปกับมัน

สุข ทุกข์

รูปภาพ
เธอจะดำรงอยู่ได้โดยไร้ซึ่ง “ สุขและทุกข์ ” เพียงเธอเข้าใจว่าสุขทุกข์ มันคืออะไร ? หากเธอปรารถนาเพียง “ สุข ” เธอก็จะได้ “ ทุกข์ ”  ติดตาม อยู่เรื่อยไป

ขังตัวเองด้วยกรอบความคิด

รูปภาพ
เธอจะเปิดใจรับฟัง ต่อเมื่อบุคคลเหล่านั้น อยู่ในกรอบรูปแบบที่เธอคิด แต่หากผิดไป จาก “ สิ่งที่คิด ” เธอก็พร้อมที่จะต่อต้านและ เมินเฉยต่อมัน หากเป็นเช่นนั้นเธอก็ยังติดข้องอยู่ในโลก ของความคิด ที่ยังยึดติดอยู่ในรูป อยู่กับ ความเห็น สิ่งเหล่านนั้นมันเป็นเพียงอาการของการ "คิดไปเอง" แล้วหลงไปเชื่อว่าสิ่งที่คิดนั้นมันมีอยู่จริง เธอจึงไม่อาจเป็นอิสระได้หากยังข้าม “ สมมติ ” เหล่านั้นไม่ได้

ปฏิกิริยาธรรมชาติ

รูปภาพ
  ปฏิกิริยา จะตอบสนองเมื่อมีสิ่งเร้า มันคือหลักการทางเหตุและผลของสิ่งมีชีวิต ที่เป็นความธรรมดาของธรรมชาติ แต่จะผิดธรรมชาติเมื่อหลงไปให้ค่าให้ความหมาย และจมอยู่กับความหมายเหล่านั้น เกิดเป็นของ "มีคู่" ที่ผลักไส และใฝ่หา กันให้วุ่นวาย ปฏิกิริยาที่เกิดให้รับรู้ มันจึงเป็นของอย่างเดียวกัน กับทุกๆ สิ่ง มันไม่ได้ดีหรือชั่ว ไม่ได้เป็น สิ่งผิด หรือ ถูกต้องมันเป็นเพียงสิ่งๆ หนึ่งที่นิ่งเงียบและอยู่เหนือ ความวุ่นวายต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ทุกลักษณาการ ล้วนเป็นเพียงมายา

รูปภาพ
 ร้อยชื่อเรียกขาน ล้านนามบ่งชี้ ก็มิอาจเทียบเคียงตัวแท้แห่งสัจจะ เหตุเพราะทุกตัวภาษา ทุกลักษณาการ แห่งความหมาย ล้วนเป็นพียงมายา เมื่อลักษณะของการขาดสูญนั้นไม่มี แล้วจะมีสิ่งใดเล่าที่ "ขาดสูญ" เมื่อลักษณะของการสืบต่อนั้นไม่มี แล้วจะมีสิ่งใดเล่าที่ "สืบต่อ" เมื่อลักษณะแห่งการเกิดนั้นไม่มี แล้วจะมีสิ่งใดเล่าที่ "ตายจาก" เมื่อลักษณะของความมีนั้นไม่มี แล้วจะมีสิ่งใดเล่าที่จะ "ไม่มี" เมื่อธรรมนั้นไร้ซึ่งลักษณะ ของความเป็นธรรมแล้วไซร้ จะมีธรรมใดเล่าที่จะเป็นธรรม

ไม่มีการแบ่งแยก เมื่อพ้นจากห้วงความคิด

รูปภาพ
  ไม่มีสิ่งนั้น ไม่มีสิ่งนี้ ตามอย่างที่คิด หรือตามอย่าง ตำรา ได้กล่าว ไม่มีซ้าย  ไม่มีขวา ไม่มีกลาง มีเพียง "รู้ที่ปราศจากภาษาและความหมาย" เมื่อไหร่ที่ยังมีความรู้สึกว่า ยังมีสิ่งนั้น สิ่งนี้ สิ่งนั้นใช่  สิ่งนั้นไม่ใช่ สิ่งนี้ถูก สิ่งนี้ผิด ยังมีผู้ตรวจสอบ และสิ่งที่ถูกตรวจสอบอยู่ เธอก็ยังไปไม่พ้นจากสิ่งสมมติ และ “ โลกแห่งความคิด ” อยู่นั้นเอง เปิดใจให้กว้าง อย่ารักด้านหนึ่ง แล้วชิงชัง อีกด้านหนึ่ง อย่ายึดมันไว้ หรือปล่อยมันไป รูปแบบที่แท้จริง คือไร้ รูปแบบ ไร้ดี ไร้ชั่ว ไร้ถูก ไร้ผิด มีเพียงการปรุงแต่งที่ “ ไม่มี ” โดยตัวมันเองเท่านั้นที่ “ มีอยู่จริง ” อย่าเชื่อทุกอย่างที่คิด เพราะความคิดไม่ใช่ความจริง ความจริงไม่จำเป็นต้องอาศัยความเชื่อ ผู้ที่ยังมีความเชื่อ คือผู้ที่ยังไม่พบความจริง ผู้ที่พบความจริงแล้วจะปราศจาก ความเชื่อ จะอยู่อย่างเป็นอิสระจากกาลเวลา และความคิดทั้งปวง