บทความ

ความคิดมิอาจสร้างธรรมชาติ​

รูปภาพ
ความคิดมิอาจสร้างธรรมชาติ​ เพราะมันคือหนึ่งในธรรมชาติที่ถูกสร้าง​ ธรรมชาติที่ไร้ขอบเขตมิอาจคาดเดา วัดตวงหรือชี้ขาดได้ด้วยสิ่งที่มีขอบเขต​ ธรรมชาติไร้ซึ่งตัวตนและความเห็น​ มิอาจเอาความเห็นของสิ่งที่มีตัวตน ไปอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ​ ที่เกิดขึ้นได้​ ธรรมชาติไม่มีการตีตรา ยึดไว้ให้ใครเป็นเจ้าของ ทั้งมิใช่เป็นของสาธารณะ ​ที่ใครๆ​ สามารถเข้าถึงได้ มีเพียงธรรมชาติเท่านั้น ที่เข้าถึงธรรมชาติ เมื่อทุกสิ่ง สลายกลายเป็นหนึ่งเดียว กับธรรมชาติความเป็นชาติ จะถูกตัดหาย​คงไว้แต่เพียง ธรรมที่ไม่มีธรรม

อะไรคือการพานพบและการจากลา​

รูปภาพ
เมื่อสิ่งที่พบเจอก็คือหนึ่งในความคิด จากความทรงจำจนทำให้รู้จนเกินรู้​ กลายเป็นมีอิทธิพลต่อความรู้สึก เกิดการยึดมั่นในความคิดและเชื่อไป อย่างสนิทใจว่าสิ่งนั้นได้เกิดขึ้นจริง เราใช้ความ คิดเพื่อตอบสนองความคิด ทุกสิ่งที่พบจึงเกิดขึ้นแค่เพียงระดับของ ความคิด​ ความเป็นจริงมีแค่การรู้เพียง หนึ่งขณะที่ได้รับรู้​ เรื่องราวที่เหลือคือ มายาจากความคิดล้วนๆ​ และเป็นเรื่อง ตลกร้าย​ที่เราคิด​ว่า เราคือตัวละครเอก ในโลกแห่งมายาแห่งนี้ เมื่อการพานพบไม่ได้เกิดขึ้นจริง​ การจากลามันจึงไม่มี​ เรื่องราวทุกอย่าง ล้วนเกิดจากความ​คิด​ เป็นเพียงภาพ ความทรงจำที่หนาแน่นไปด้วยอารมณ์ ปะปนไปด้วยรอยยิ้ม​ เสียงหัวเราะ​ และ คราบน้ำตา​ เมื่อเรื่องราวแห่งละครบท หนึ่งถูกยุติลง​ นั้นก็ไม่ได้หมายความว่า ชีวิตจริงจะถูกยุติลงไปด้วยไม่​ สิ่งที่คง อยู่คือลมหายใจและความรู้สึกว่ามัน ยังไม่ตาย.

ความสุข

รูปภาพ
เราเคยมีความสุขกันจริงๆ รึป่าว ? หรือเป็นเพียงเหตุการณ์หนึ่งๆ ที่เราคิดไปเองว่ามันคือ  "ความสุข" การได้สิ่งที่ชอบ การได้อยู่กับสิ่งที่รัก การได้กินของอร่อยๆ หรือการได้ท่องเที่ยว อย่างสบายอารมณ์ " ความสุข" คือการได้มาอย่างนั้นหรือ ? แล้วช่วงที่ดิ้นรนรอคอยกว่าจะได้มันมาหละ ช่วงนั้นมันคืออะไร ?​ แล้วช่วงเวลาที่คิด ว่ามันคือความสุข บอกได้ไหมว่าช่วงจังหวะ ไหนที่เรียกว่าความสุข เราก็บอกไม่ได้ว่า ความสุขมันอยู่ตรงไหนของเหตุการณ์ แต่เราก็คิดเหมาไปแล้วว่ามันคือ "ความสุข " " ความสุข" เกิดจากความคิด ที่ไปคิดว่าสิ่งนั้นๆ คือความสุข เมื่อเหตุการณ์จบความสุขก็หาย สิ่งที่ตามมาคือความกระหายใคร่อยากในความสุข นั้นอีก แล้วเทียวแทะเล็มเศษซากของความสุขที่ ผ่านมา ตั้งหน้ารอคอยและดิ้นรนให้ได้มาซึ่งความสุข นั้นอีกครั้ง โดยไม่สนใจว่าไอ้เจ้าความสุขนั้นมันจะ อยู่ตรงไหนของเหตุการณ์ ขอเพียงให้ได้มาซึ่งอารมณ์ ที่ชอบใจอย่างนั้นอีกก็พอ เราต้องวนเวียนกับความสุขจอมปลอมนี้ไปอีกเท่าไหร่ ในเมื่อความสุขที่มาจากการสนองความอยากของตัวเอง นั้นมันไม่เคยเต็มและไม่ได้มีอยู่จริง เราเพ...

แบกความคิด

รูปภาพ
ที่เราเป็นทุกข์ เพราะเราไปแบกความคิดของคนอื่นอยู่รึป่าว หรือไปคิดแทนคนอื่นด้วยรึป่าว แล้วสร้างเรื่องราวปรุงแต่ง ความคิดและเหตุผลที่เข้าข้างตัวเอง​ จนเกิดเป็นไฟสุมกลุ้ม รุมเร้าอยู่ในอก ทุกข์ทรมานเพราะความคิดมันเฝ้าเวียนวน อยู่ไม่ไปไหนซะที ยิ่งคิดยิ่งแค้น ยิ่งแค้นยิ่งอาฆาต เกิดเป็นภาพแผนการยุทธ วิธีต่างๆ ออกมาเป็นช็อตๆ​ รู้อยู่ว่าทรมาน แต่ก็ยังมันที่จะคิด ยิ่งคิดยิ่งทุกข์ ยิ่งทุกข์ก็ยิ่งคิด ปากบอกไม่คิด แต่ใจยังติดยึด ไม่ยอมปล่อย เราได้สร้างวังวนแห่งความทุกข์และหลงอยู่ในความคิดที่ หา ทางออกไม่เจอ​ โดยที่ไม่รู้เลยว่าทางเข้านั้นมันก็ไม่มี​ เพราะ เรารู้ทุกอย่างในความคิด​ แต่เราไม่เอะใจรู้เลยซักนิดว่ามัน กำลังคิดอยู่​ หากเพียงรู้สึกแค่ว่ามันกำลังคิด​ ความคิดนั้น มันก็จะหายไปเองโดยที่ไม่ต้องไปพยายามหยุดความคิด นั้นเลย

อารมณ์

รูปภาพ
หากร่างกายและจิตใจ​มันยังทำงานร่วมกันอยู่อย่างสมบูรณ์​ ก็ปล่อยให้มันทำไปของมันอย่างนั้น​ ไม่มีการเข้าไปแทรกแซง​ เพิกถอน​ หรือถอดถอนอะไรในขั้นตอนของกระบวนการการ ทำงาน​  เพราะมันก็เป็นของมันอยู่อย่างนั้น​ ความโกรธ มีเพราะปรุงความคิดต่อจากความไม่ชอบ​ ความอยาก มีเพราะปรุงความคิดต่อจากความชอบ แต่ทั้งความโกรธและความอยาก​ มันก็ไม่ใช่ทั้งโกรธและอยาก​ มันเป็นเพียงอาการทางใจที่เกิดขึ้นตามกฎของธรรมชาติ​ มันจึงเป็นอะไรบางอย่างที่วาบมาแล้วก็วาบไป​ แล้วก็ปล่อย มันไปไม่บ้า-ยอร่วมไปกับมัน​ แค่นี้ ก็ได้ชื่อว่า​เป็นอิสระแล้ว จากความคิดและอารมณ์.

ร่างกาย

รูปภาพ
เพราะร่างกายและจิตใจมันต้องเปลี่ยนหมุน ไปตามปัจจัยที่มันต้องเป็น​ มันจึงอยู่ในสภาพ ถูกบีบเค้นแปรเปลี่ยนสภาวะด้วยตัวของมันเอง อยู่ตลอดเวลา​ เดี๋ยวก็ดี​ เดี๋ยวก็ร้าย​ เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้​ มันจึงอยู่ในฐานะพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงอยู่ ตลอดเวลา​ คุ้มละหรือที่ยังเชื่อถือมัน​ ยึดมั่นในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่มันกำลังมี​ หรือกำลังเป็น​ ว่ามันจะมีจะเป็น อย่างนั้นตลอดไป​ เพียงเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลง หมุนวนเรื่อยไปของมันอย่างเงียบๆ​ โดยไม่ต้อง มีคำอธิบาย​ใดๆ ในทุกๆ​ วัน​ ไม่มีอะไรที่มีสาระ หรือไม่มีสาระ ​ เพราะทุกสภาวะมันก็เป็นของมัน อยู่อย่างนั้น​ เท่านั้นเอง

ปัจจุบัน

รูปภาพ
  ปัจจุบัน ไม่เคยอยู่นิ่งให้ใครจับมันได้ เวลามันจึงไหลเรื่อยไปไม่เคยหยุด​ มันถูกบีบเค้นให้ต้องแปรเปลี่ยน ด้วย ตัวของมันเองอยู่ตลอดทุกวินาที​ เราจึงมีชีวิตอยู่จริงๆ เพียงครั้งละ 1 ขณะ เป็นขณะๆ ต่อเนื่องเรื่อยไป​ เหมือนเปิดฟิล์มหนัง 1 ขณะที่รู้สึก คือ 1 ขณะที่รู้ว่ายังมีชีวิต และ 1 ขณะที่รู้ว่ายังมีชีวิต คือ 1 ขณะ ที่เป็นอิสระอยู่เหนือกาลเวลา