บทความ

โลกแห่งความคิด

รูปภาพ
  "ฉัน" คือสิ่งที่เธอคิด และ "เธอ" ก็เป็นสิ่งที่ฉันคิด เราต่างสาดเสียงที่ไร้ความหมายใส่กันในการสื่อสาร เราต่างใช้ความคิดจ้องมองกันเพื่อประเมินสถานการณ์และแปลเปลี่ยนท่าทีไปตามผลลัพธ์ที่ความคิดมันประมวลผล มันจึงเหมือนกับเราไม่เคยเจอกัน ไม่เคยพูดคุยอะไรกัน ไม่เคยทำอะไร ไม่เคยไปไหน หรือเคยอาศัยอยู่ ทุกอย่างมันล้วนเกิดจากความคิดที่สร้างขึ้นมาทั้งสิ้น มันคือโลกแห่งความคิดของฉันและเธอ ที่มีเธอและฉันและทุกสิ่งที่เธอและฉันต่างคิด ล้วนแล้วแต่อยู่ในนั้น ใน “โลกแห่งความคิด”

น้ำจะมีค่ากับผู้กระหายน้ำ

รูปภาพ
ยาพาราเม็ดเดียวไม่สามารถรักษาได้ทุกโรคฉันใด ธรรมหนึ่งๆ ก็มิอาจจะใช้กับทุกสรรพสัตว์ได้ฉันนั้น -พุทธองค์จึงทรงสร้าง "ทาน ศีล ภาวนา" เพื่อสร้างศรัทธาให้เหล่าสัตว์ลงสู่ครรลองแห่งการตื่นรู้ -ท่านได้สร้างเหล่ากิเลส เพื่อความตั้งมั่นและมั่นคงของสติ เพื่อเป็นฐานแห่งปัญญาในการตื่นรู้ -ท่านเล่านิทานบรรยายสรรพคุณของความสุขจากความสงบ เพื่อตะล่อมให้เห็นโทษของความสุขแล้วละจากมัน -ท่านสร้างเรื่องราวและชี้ตรงไปยังตัวปัญญา เพื่อให้ตัวที่ยึดมั่นในปัญญา ไปชนเข้ากับสัจจะความจริง เพื่อการตื่นรู้และเป็นอิสระจากทุกสรรพสิ่ง ดังคำที่ว่า "สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ" มันจึงไม่มีธรรมใดถูก ธรรมใดผิด ความถูกผิดไม่ได้อยู่ที่ธรรม หากแต่มันอยู่ที่ผู้มองที่ไม่เข้าใจเจตนาในวาระแห่งธรรมนั้นๆ "ธรรม" จึงเปรียบเหมือนน้ำดื่มที่มีเพียงผู้กระหายและผู้ที่คิดจะหยิบยื่นให้กับผู้กระหายเท่านั้นที่เห็นค่าของมัน

จงทำลายความเข้าใจ ไปพร้อมกับความเป็นเธอ

รูปภาพ
เมื่อเธอเข้าใจธรรมชาติ............ จงทำลายความเข้าใจอันนั้นเสีย เมื่อเธอเฝ้ามองธรรมชาติ เธอจะเห็นความเปลี่ยนแปลง เมื่อเธอเฝ้ามองการเปลี่ยนแปลง เธอจะเข้าใจธรรมชาติ เมื่อเธอเข้าใจธรรมชาติ จงทำลายความเข้าใจอันนั้นเสีย วางทุกสิ่งให้เหลือเพียงนาม แล้วเพิกนามที่มีเหล่านั้น นามนั้นมาจากที่ใด ให้สวนทวนขึ้นไปทำลายมัน ยกตัวฉันเข้าไปเทียบเคียง จนเห็นว่าทุกสรรพสิ่งนั้นคือสิ่งเดียวกัน จนตัวฉันและทุกสรรพสิ่งเลือนลางจางหายไป ภาวะที่พ้นไปจาก สภาวะแห่งปัญญา จะนำพาทุกสรรพสิ่งกลับสู่ความว่างอย่างสมบูรณ์

จิตใจ ที่โหยหาความถูกต้อง ล้วนขาดพร่องและพิกลพิการ

รูปภาพ
จิตใจ คือพลังงานสากลจักรวาล ที่เป็นอิสระ อ่อนโยน และเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา เราจะสัมผัสมันได้ก็ต่อเมื่อ เราไม่เข้าไปผูกพันกับสิ่งใด หรือปล่อยให้สิ่งใดเข้ามาผูกพัน แม้แต่ความเป็นเรา.... ในคำว่า "เรา" มันคือเรื่องราวต่างๆที่เป็นข้อมูล ทางปรัชญา การเมืองขนบธรรมเนียม ประเพณี สังคมวัฒนธรรมจากอดีต หล่อหลอมขึ้นด้วยความเชื่อ มันจึงกลายเป็น.... "เราที่เป็นอดีตความคิดของคนอื่น" ที่บูชาความถูกต้องจากความถูกใจของตนเอง...... เมื่อความเป็นเราเกิดขึ้น ความขัดแย้งต่างๆ ก็เกิดขึ้นตามมา ความเป็นเราได้ทำการแบ่งแยกสิ่งต่างๆออกเป็นคู่ปฏิปักษ์ต่อกัน เช่น ดีกับเลว ถูกกับผิด ขาวกับดำ บุญกับบาปต่ำทรามกับสูงสุด ฯลฯ ทั้งที่สิ่งต่างๆ เหล่านั้นมันคือสิ่งเดียวกันทั้งหมด... ความเป็นเราที่บูชาความถูกต้องนี้นี่เองที่เป็นกรอบคั้น บีบอัดจิตใจให้แข็งกระด้าง ให้รู้สึกขาดแคลนไม่เต็มบริบูรณ์กลายเป็นความคับแคบทางความคิดและปิดกั้นธรรมชาติของจิตใจให้เหี่ยวเฉา จนกว่ามันจะกระจ่างและเข้าใจว่าความถูกต้องที่แท้จริงนั้นมันคืออะไรแล้วจิตใจก็กลับมามีชีวิตชีวาตามเดิม.........

ความดีควรทำ แต่ไม่ควรเป็น

รูปภาพ
#เธอไม่จำเป็นต้องเป็นคนดี แต่เธอควรทำอย่างที่คนดีเขาทำกัน เธอไม่ควรเอากรอบความเชื่อใดๆ มาสวมใส่หัวใจของเธอจนมันขาดอิสรภาพของมันไป เธอควรจะปล่อยให้มันได้สัมผัสกับธรรมชาติต่างๆ ที่ไร้ซึ่งความคิด ความเชื่อ หรือตรรกะเหตุผลต่างๆ ของความเป็นเธอไปขวางกั้น เธอไม่จำเป็นต้องพยายามไปเป็นอะไรๆ อย่างที่เธอคิดฝัน เพราะการได้เป็นอะไรๆ เหล่านั้น เท่ากับเธอได้ยินยอมให้ความคิดมันริดรอนอิสรภาพและพันธนาการเธอไว้ภายในโลกของความฝัน ที่เต็มไปด้วยการให้ค่ากับรูปธรรมและนามธรรม ที่มีเธอเป็นผู้เดินเรื่องเวียนวนเรื่อยไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด การเป็นอยู่อย่างปกติ โดยปราศจากการมีอยู่ของความเป็นเธอนั้นแหละ คือการปล่อยให้ใจมันได้โลดแล่นอย่างเป็นอิสระไม่มีกรอบคติใดๆ มาปนเปื้อน ไม่มีการให้ชื่อ ให้ค่า ให้ราคากับสิ่งใดๆ ที่มันสัมผัสหรือเข้ามาสัมผัสกับมัน คือการเป็นอยู่ที่ควรค่ายิ่งในฐานะของความเป็นมนุษย์ สิ่งสูงสุดที่เธอคิดหวังจะปรากฏแก่เธอเอง เมื่อไม่มีเธอไม่มีความหวัง ไม่มีสิ่งที่หวัง มันคืออิสรภาพที่ไร้การให้ชื่อไร้สถานะ และไร้การตีตราแม้ในตัวอิสรภาพเอง....

ใครอิสระ

รูปภาพ
"ความเป็นอิสระ" ใช่ต้องมีอะไรเป็นอิสระจากอะไร เพราะมันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องหรือผูกมัดไว้กับอะไรมาแต่เดิม ไม่มีการปลดปล่อยหรือขุมขัง ไม่มีการเหนี่ยวรั้งหรือวางเฉย มีเพียงความคิดเท่านั้นที่สร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาจากความไม่มีอะไร ให้มันมีอะไร.... อุปโลกน์สิ่งไม่มีให้มีขึ้น แล้วหลงเชื่อจนยึดมั่นสิ่งนี้ สิ่งนั้นว่ามันคือความจริง มันคือความสุขจริงๆ มันคือความทุกข์จริงๆ เกิดเป็นความวุ่นวายวิ่งหาสุข หนีทุกข์กันให้จ้าละหวั่น โหยหาสิ่งที่หวังและชิงชังในสิ่งที่เกลียด เกิดเป็นภพชาติวนเวียนกันไปไม่จบสิ้น..... เพียงแค่รู้ว่า “ความจริงนั้นมันไม่มี” มันไม่มีอะไรจริงหรือไม่จริง มันไม่มีอะไรมีหรือไม่มี มันคือความมีในความไม่มี มันเป็นความมีที่ปราศจากสิ่งสมมติหรือคำบัญญัติใดๆ เมื่อนั้นความเป็นอิสระที่อยู่เหนือนิยามของคำว่าอิสระจึงเผยโฉมออกมา....

ใจ ไม่ใช่ ใจ

รูปภาพ
ใจ.....มันไม่เคยสะอาดหรือสกปรก.....จึงไม่จำเป็นต้องไปปัดกวาดอะไรมัน.... ใจ....มันไม่มีตัวมีตน การเห็นว่าใจเป็นใจว่ามันผ่องใสหรือมืดมน จนทำให้คนหลงเพ้อไปขจัดปัดกวาดเพื่อให้มันสะอาดและหลงเพ้อไปปฏิบัติภาวนาให้มันแจ่มใสนั้น.....นั่นเป็นเพราะความไม่รู้และไม่เข้าใจของเขาเหล่านั้นที่หลอกล่อให้ต้องเวียนวนและจมอยู่ในวังวนของม่านมายา ที่เขาเองเป็นคนสร้างขึ้น........ การบำเพ็ญเพียรหรือการภาวนาไม่ใช่เรื่องถูกผิดแต่มันจะเป็นสิ่งถูกผิดก็ต่อเมื่อ.......มันเกิดเป็นมีเราไปเชื่อว่ามีมันเป็นเรื่องถูกและผิด........กลอุบายเป็นเพียงวิธีตะล่อมเพื่อให้คนเห็น "ความไม่มีในสิ่งมี และเห็นสิ่งที่มี มันมีความไม่มีเป็นลักษณะ" เพียงอย่างเดียวเท่านั้น จนเกิดเป็นความเข้าใจได้อย่างแจ่มแจ้งและให้ตัวปัญญาจากความเข้าใจอันนั้น เป็นตัวทำลายล้างทุกสิ่งแม้กระทั่งตัวมันเอง และท้ายที่สุดก็จะเหลือเพียงความว่างที่คงอยู่ มันจึง................ ไม่มีสิ่งประเสริฐ หรือโสมม..... ไม่มีการปล่อยวาง หรือยึดมั่น.... ไม่มีอิสรภาพ หรือการผูกมัด.... ไม่มีอย่างอริยะ หรือสามัญ..... ไม่มีการขาดสูญ หรือสืบต่อ..... ไม่มีการบรรลุ หรือไม่บร...