บทความ

แท้จริงแล้ว...เราต้องการอะไรจากธรรม

รูปภาพ
เราเคยถามตัวเราเองจริงๆ สักครั้งหรือไม่ว่า แท้จริงแล้ว...เราต้องการอะไรจากธรรม ?  นี่เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับการตั้งต้นที่ถูกต้อง เปรียบเหมือนการกางสำเภาแล้วตั้งหางเสือเพื่อให้แล่นไปสู่ทิศทางที่ควรจะเป็น แต่ก็มีไม่น้อยที่ผู้คนมักทำตามๆ กัน เชื่อไปตามๆ กัน แล้วก็พายจ้ำอยู่ในวังวนของความเชื่อนั้น ด้วยความไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเราต้องการอะไร..... ผู้ที่เข้ามาศึกษา ต่างก็มีปัญหาแบกไว้เป็นของตัวเอง แล้วก็คิดเอาเองว่าธรรมะนั้นมันจะช่วยบรรเทาหรือขจัดมันให้ออกไปได้ ด้วยกลวิธีที่มีให้เห็นอยู่ตามสำนักต่างๆ ตำราต่างๆ หรือแม้แต่ตัวพระไตรปิฎกเอง ก็ถูกเอามาศึกษาและใช้อ้างเพื่อการสั่งสอนอย่างผิดๆ ถูกๆ เพราะด้วยเรายังขาดความเข้าใจที่มีต่อตัวเองว่าแท้จริงแล้วเขาและเราเป็นโรคอะไรกันแน่ แต่เพราะความหอมหวานของ "ตัวตนผู้มีธรรม" จึงทำให้ผู้คนหลั่งไหลเข้าไปมีไปเป็นกันอย่างบ้าคลั่ง ฝึกฝน เฝ้าดู เฝ้าทำ เฝ้าขจัด เฝ้าเพียรพยายามจนลืมตัวตนเดิมที่เป็นปัญหากลับสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมาทับถมแล้วในที่สุดก็ล้อวนไปตามกระแสแห่งการหลงธรรม ว่าโรคของแต่ละคนจะสามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีการเดียวกัน มันจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยว...

ใจจะคืนสู่ความเป็นใจ เมื่อมันเข้าใจตัวมันเอง

รูปภาพ
ใจที่ยอมรับความเป็นจริง คือใจที่เห็นความเป็นจริงแล้วเข้าใจมัน ใจที่ไม่ได้เข้าใจจากสิ่งที่มันเห็นแต่เป็นใจที่เข้าใจจากสิ่งที่มันเป็น คือการสัมผัสรู้แจ้งถึงการเปลี่ยนแปลงไปของตัวมันเอง และเห็นว่าตัวมันเองนั่นแหละคือการเปลี่ยนแปลงจนสามารถสรุปรวบยอดได้ว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไร..... มันจึงไม่เป็นสุขเป็นทุกข์เป็นเดือดเป็นร้อนกับอารมณ์ของใจดวงที่มันล่วงดับไปก่อนหน้า ไม่สืบสายต่อเหตุแห่งความสับสนวุ่นวาย มันไม่ใช่การต้องเข้าไปตามดับอะไรหรือปล่อยวางอะไรให้ใจมันต้องดิ้นรนทุกข์ร้อน เพียงแค่ให้ใจมันเห็นว่ามันเองนั้นแหละที่เป็นของดับและมันไม่เคยยึดเกี่ยวสิ่งใดๆ เอาไว้เลย.....

อดีต สร้างภาพปัจจุบัน

รูปภาพ
คิดไปเถอะ เศร้าไปเถอะ โกรธไปเถอะ อยากไปเถอะ หรือมีสุขมีทุกข์ไปเถอะ ตราบใดที่สมองและจิตใจมันทำงานของมันเป็นปกติดีอยู่ อารมณ์เหล่านี้ก็จะยังคงมีอยู่..... "อารมณ์คือดอกผลของอดีตที่สั่งสม".....ความเป็นเรามันจะเป็นไปอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับว่าอดีตมันชอบในอารมณ์แบบใด แต่ทั้งความเป็นเราและอารมณ์ก็ยังคงเป็นเพียงสิ่งที่อดีตสร้างขึ้น...... อดีตคือภาพลวงที่ล่วงผ่านและไม่ได้มีอยู่แล้ว สิ่งที่ถูกสร้างจากสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงแล้ว มันจะเป็นหรือมีอยู่จริงได้อย่างไร เราฝึกฝนอารมณ์ ก็เพราะรังเกียจอารมณ์ เราไม่อยากได้อารมณ์แต่กลับไปสร้างสมอารมณ์กัน ยิ่งเรารังเกียจมันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งไปสร้างอารมณ์เหล่านั้นให้มีมากขึ้น เกิดเป็นวัฏฏะหมุนวนหล่อเลี้ยงการกำเนิดให้มีต่อไปไม่สิ้นสุด ผู้ที่เข้าใจอารมณ์ จะเข้าใจความเป็นตัวตนและเมื่อไหร่ที่ตัวตนมันเข้าใจตัวมันเอง เมื่อนั้นมันก็จะเป็นอิสระได้จากอารมณ์และตัวมันเอง โดยไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่มีไม่จริงอีกต่อไป โดยปล่อยให้มันทำงานของมันไปแล้วก็จบสิ้นกันเพียงเท่านั้น

"ปัญญา" เปรียบเสมือนกระดาษชำระ

รูปภาพ
"ปัญญา" เปรียบเสมือนกระดาษชำระ ที่เมื่อทำหน้าที่เช็ดคราบสิ่งสกปรกคือความโง่และเข้าใจผิดออกไปแล้วก็ต้องทิ้ง เพราะหากยังคงหวงแหนเก็บไว้ ปัญญานั่นนั้นเองจะกลายเป็นเศษขยะแทน..... มันจึงไม่มีปัญญาใดที่ควรเก็บรักษาเพราะตัวปัญญาเองก็ยังเป็นเพียงสิ่งปรุงแต่ง ผู้ที่เป็นอิสระแล้วจากตนเองจึงไม่มีคุณธรรมใดหรือธรรมใดให้ต้องยึดถือแบกหาม แต่จะช่วงใช้ปัญญาเดิมจากธรรมชาติที่สดใหม่อยู่เสมอเหล่านั้นแทน.....

"ราคะ" กับการผายลม คือสิ่งเดียวกัน

รูปภาพ
ราคะ ความกำหนัด เธอคิดหรือว่าเมื่อมันหมดไปแล้ว เธอจะสามารถก้าวเข้าสู่ความบริสุทธิ์อันแท้จริงได้ ? ................................................................ เรามัววุ่นวายและเป็นทุกข์แสนสาหัสมานานเท่าไหร่แล้วกับการรังเกียจและพยายามไปกำจัดความเป็นธรรมชาติอันนี้ ด้วยความโง่ที่หลงเชื่อว่าราคะคือสิ่งสกปรกเป็นสิ่งที่ควรกำจัด เป็นมารที่คอยขัดขวางการบรรลุสู่ความเป็นยอดมนุษย์ เราจึงตกเป็นเครื่องมือของความโง่ ให้หลงคิดไปกำจัดความคิด เพื่ออยากเปลี่ยนความคิดไม่ให้มันคิดอย่างที่เคยคิด ความคิดแผลงๆ จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคิดขัดขวางความเป็นธรรมชาติของชีวิตที่มันต้องเป็นไปตามกฎของมันที่มันต้องเป็น โดยไม่เคยสนใจและใยดีต่อความคิดของเราเลยสักนิดเดียว ความทุกข์ปริเทวนาการแห่งความโง่ก็มีขึ้น เพราะความไม่เข้าใจในสิ่งที่มันเป็นและต้องเป็น... ................................................................ สิ่งที่เราคิดว่าสกปรก มันก็สกปรกแค่ในความคิด ความคิดนั้นจึงสกปรกด้วยความเชื่อว่ามันสกปรก ที่มีขึ้นหลังจากความคิดแรกมันดับไป ความคิดแรกแห่งราคะมันจึงไม่ใช่ราคะ แต่เป็นความคิดอีกตัวต่างหากที่ไปตัดสินให้ม...

เราไม่เคยปล่อยวางอะไรได้จริง

รูปภาพ
เมื่อเราเห็นสิ่งที่ผิดไปจากรูปแบบที่เรายึดถือ ธรรมชาติของใจจะเกิดการดิ้นรนและตัดสิน เป็นไปตามจริตของมันที่เคยสะสม มากน้อยแตกต่างกันไป .................................................. ลองสังเกตใจของเราดูเอาเถิด.....ต่อให้ท่านจะสำเร็จฌานอะไรมา หากมีคนมาบอกว่าสิ่งที่ท่านทำอยู่นั้นมันผิด ท่านสามารถปล่อยวางความหมายและอารมณ์ความรู้สึกหลังจากนั้นได้จริงหรือ หรือหากมีเด็กวัยรุ่นก๋ากั่นมานั่งพูดถึงพระนิพพานให้เราๆ ท่านๆ ฟัง.....ลองสังเกตใจท่านดูเถิด.......ว่ามันจะดิ้นรนอยู่เช่นไร .................................................. เพราะตลอดสายของเส้นทางแห่งการเรียนรู้ ความเป็นเราได้เกี่ยวยึด จำแนกและให้ค่ากับสิ่งต่างๆ ในโลกเอาไว้อย่างเสร็จสรรพ มันจึงเป็นธรรมดาของธรรมชาติ ที่มันต้องเป็นไปตามอย่างที่มันเคยเป็น ถึงจะมีการฝึกฝนใจให้วางเฉยกับสิ่งที่เคยหลง ก็เป็นแต่เพียงการย้ายห้องกรงขังในคุกหลังเดิมเท่านั้น .................................................. มันจึงไม่มีใครไปปล่อยวางอะไรได้จริง สิ่งที่มีและเป็นมันจึงเป็นเรื่องของโลกที่มันต้องเป็นไปตามนั้น เมื่อทุกสิ่งมันเป็นอิสระของอยู่แล้ว เราจึงมีห...

นิพพาน กับ ป้านน้ำชา

รูปภาพ
หากเธอใช้ความคิด.....เพื่อเข้าถึงสิ่งที่พ้นไปจากความคิด เธอจะเจอเพียง "ความคิด" หากเธอใช้ความเชื่อ.....เพื่อเข้าถึงสิ่งที่ความเชื่อไม่สามารถจับต้องได้ เธอจะจบลงด้วย "ความไม่เชื่อ" หากเธอสร้างเส้นทางและรูปแบบ.....เพื่อการเข้าถึงสิ่งที่ไร้เส้นทางและไร้ซึ่งรูปแบบ เธอจะจมอยู่ในห้วงแห่งความฝันของตัวเธอเอง...... ............................................................................ ทุกสรรพสิ่งล้วนเป็นอิสระ จึงไม่มีอิสรภาพใดให้ต้องค้นหา แต่เพราะหลงมัวเมาในเล่ห์กลแห่งมายาความเป็นเธอจึงถูกจองจำด้วยความเป็นเธอเอง..... ............................................................................ หาก "นิพพาน" คือห้วงสภาวะที่เป็นอิสระหลุดพ้นจากสรรพกิเลสทั้งปวง "ป้านน้ำชา" ที่วางอยู่บนโต๊ะนี้....ก็คือ "นิพพาน" อันนั้นไม่ต่างกัน เพราะสิ่งที่มันเป็น มันไม่เคยเป็นอะไรเลยกับอย่างที่เราคิด มันจึงเป็นอิสระหลุดพ้นอยู่แล้วโดยตัวมันเองตลอดเวลา ............................................................................ หรือหากกล่าวว่า "ป้านน้ำชา...